เอกสารคำสั่งของ นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการ ศอ.บต. ที่ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง "โครงการติดตั้งตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์" โดยตั้งประเด็นการสอบสวนไว้ 3 ประเด็น คือ จัดซื้อในราคาสูงเกินจริงหรือไม่วิธีการจัดซื้อที่ใช้ "วิธีพิเศษ" ไม่ต้องมีการประกวดราคา ขัดต่อระเบียบกฎหมายหรือไม่ และโครงการนี้คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้หรือไม่แต่หลังจากที่คำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ เผยแพร่ออกไป จึงเกิดคำถามว่า การจัดซื้อ "วิธีพิเศษ" ผู้มีอำนาจลงนามคือ เลขาธิการ ศอ.บต. แต่ประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ มีตำแหน่งเพียงผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต.และกรรมการอีก 6 คน ก็เป็นข้าราชการใน ศอ.บต.ทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดจะกล้าสอบสวนผู้บังคับบัญชาของตนเองได้อย่างไร
ทีมข่าวพยายามสอบถามเรื่องนี้ไปยัง ศอ.บต. แต่ก็ไม่มีคำตอบ จึงสอบถามกับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ คปต.กำกับดูแล ศอ.บต. โดยตรง และได้คำตอบว่า เรื่องตู้กรองน้ำฯ อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการฯ ซึ่งมีเวลา 30 วัน ส่วนการจัดซื้อวิธีพิเศษ ต้องกลับไปถาม ศอ.บต. ว่าเหตุใดจึงต้องจัดซื้อวิธีพิเศษแต่เมื่อทีมข่าวตรวจสอบ เอกสาร ที่ ศอ.บต. ทำถึง พลเอกประวิตร ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล ศอ.บต. เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ปี 2559 เพื่อขอโอนงบประมาณปี 60 ที่เหลือจ่ายจากโครงการ "ดาต้า เซ็นเตอร์" ของ ศอ.บต.ไปใช้ในโครงการเร่งด่วน 4 โครงการ ซึ่ง ศอ.บต. ไม่ได้ตั้งงบเอาไว้ และ 1 ใน 4 โครงการ คือ โครงการติดตั้งตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 93 จุด ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้งบประมาณ 51 ล้านบาทเศษ โดย ศอ.บต. อ้างว่าเป็นโครงการ "จำเป็นเร่งด่วน" ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
เมื่อดูท้ายเอกสาร (หน้า 2) ปรากฏว่าผู้ที่ลงนามอนุมัติให้โอนงบประมาณได้ คือ พลเอกประวิตร เอง และการที่ ศอ.บต.ทำหนังสือมาขออนุมัติดำเนินโครงการที่ไม่ได้ตั้ง "งบประจำ" เอาไว้ และต้องโอนงบจากส่วนอื่นมา ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ต้องจัดซื้อวิธีพิเศษสิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปคือผลสอบสอบสวนเรื่องนี้จะออกมาอย่างไร