เนชั่นทีวี

ข่าว

ผิดนัดอ้างไม่รู้เรื่องเจรจา "บ้านพักศาล" เชิงดอยสุเทพ

02 เม.ย. 2561 | Pattana_sri

ผิดนัดอ้างไม่รู้เรื่องเจรจา "บ้านพักศาล" เชิงดอยสุเทพ

เครือข่ายขอคืนป่าดอยสุเทพฯ รวมตัวชูป้ายคัดค้านการก่อสร้างบ้านพักหรูของข้าราชการศาลกลางดอย หลังศาลนัดเจรจาแต่สุดท้ายเบี้ยวนัด ทั้งยังอ้างว่าไม่รู้เรื่องการนัดแต่อย่างใด

เชียงใหม่-เครือข่ายขอคืนป่าดอยสุเทพฯ รวมตัวชูป้ายคัดค้านการก่อสร้างบ้านพักหรูของข้าราชการศาลกลางดอย หลังศาลนัดเจรจาแต่สุดท้ายเบี้ยวนัด ทั้งยังอ้างว่าไม่รู้เรื่องการนัดแต่อย่างใด ขณะที่ บางส่วนเตรียมเดินเท้าเข้ากทม.ยื่นหนังสือต่อนายกฯ  ดีเดย์ 8 เม.ย.ชวนประชาชนเตรียมรวมตัวบุก"หมู่บ้านป่าแหว่ง" เพื่อบวชต้นไม้รอบหมู่บ้าน

ผิดนัดอ้างไม่รู้เรื่องเจรจา "บ้านพักศาล" เชิงดอยสุเทพ



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (2 เม.ย.) ที่ลานพระราชานุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ ด้านหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ภาคีเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ รวมทั้งชาวเชียงใหม่ที่รักดอยสุเทพ จำนวนกว่า 50 คน นำโดยนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ,นางพิมสุชา สมมิตรวสุ ตัวแทนเครือข่าย ทสม., นางคำศรีดา แป้นไทย ชมรมเฮาฮักเจียงใหม่, นายชัชวาล ทองดีเลิศ ประธานเครือกรรมการโฮงเฮียนสืบสานล้านนา และ ดร.จอห์นนพดล วศินสุนทร ฝ่ายประสานงานด้านกฎหมาย เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ได้มารวมตัวกันชูป้ายแสดงพลังเงียบ เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการต่อต้านโครงการบ้านพักข้าราชการศาลสุดหรูกลางป่าดอยสุเทพ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า บ้านป่าแหว่ง

สืบเนื่องจากทางกลุ่มภาคีเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ได้มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ในการต่อต้านการก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่พักของข้าราชการตุลาการ และข้าราชการศาลยุติธรรม ดังกล่าว ขอให้ยุติการก่อสร้างและคืนพื้นที่ป่าสมบูรณ์กลับมาให้ประชาชนดังเดิม กระทั่งล่าสุดเมื่อราวสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการติดต่อประสานงานจากตัวแทนศาลอุธร ว่าจะขอเจรจา กับตัวแทนภาคประชาชนชาวเชียงใหม่ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ซึ่งก็ได้มีกำหนดการคือวันนี้เวลา 13.00 น.และได้มีการแพร่กระจายข่าวหมายกำหนดการไปทั่วทั้งจากสื่อและโลกสังคมออนไลน์ แต่เมื่อเช้าวันนี้ทางฝั่งศาลกลับมีการขอยกเลิกกระทันหัน

ผิดนัดอ้างไม่รู้เรื่องเจรจา "บ้านพักศาล" เชิงดอยสุเทพ



นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า จากการประชุมพูดคุยกับ ผบ.มทบ.33 ซึ่งได้ขอเรียนให้ช่วยประสานไปยังศาลให้มาพูดคุยและมีการนัดหมายไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อนัดเจรจากันในวันนี้ (2 เม.ย.) ที่ห้องประชุมชั้น 2 มทบ.33 และเมื่อคืนที่ผ่านมา นายทหารท่านหนึ่งได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าทางศาลขอยกเลิกโดยไม่มีเหตุผล ท่ามกลางความงุนงงของประชาชนที่เข้ามารอเจรจา

และล่าสุดวันนี้ หนึ่งในตัวแทนกลุ่มคือ นายบัณรส บัวคลี่ ก็ได้โทรไปสอบถามเรื่องเอกสารเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และได้พูดคุยกับประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งได้บอกกลับมาว่าทางศาลไม่เคยรับรู้อะไรเกี่ยวกับการนัดหมายในการเจรจาครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แปลก สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใหญ่ในบ้านนี้ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของประชาชนและไม่เห็นความสำคัญในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาครั้งนี้ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มต้นการทำโครงการบ้านพักศาลดังกล่าว คนเชียงใหม่ไม่มีใครทราบเรื่อง จนกระทั่งทางศาลได้นำรถมาตัดถางดอยในปี 2558 ซึ่งคนเชียงใหม่ได้คัดค้านการก่อสร้างมาตลอด และตอนนี้สิ่งที่ศาลได้ทำ ต่างเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง จึงเป็นที่มาของการเจรจาคัดค้านในครั้งนี้ โดยทางศาลอ้างมาตลอดว่าทำถูกกฎหมายและจะมีการปลูกต้นไม้ทดแทน ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ตรงกับความต้องการของคนเชียงใหม่

ผิดนัดอ้างไม่รู้เรื่องเจรจา "บ้านพักศาล" เชิงดอยสุเทพ



การกระทำดังกล่าวนี้เป็นการกระทำที่ขาดจริยธรรม และไม่มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะเป็นการกระทำจากผู้ที่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายเป็นอย่างดี โดยไม่ได้สำนึกและคำนึงถึงผลเสียในการทำลายป่าเพื่อสร้างบ้านพักศาลในที่สูง ข่มพระธาตุดอยสุเทพ ข่มอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนเชียงใหม่เคารพนับถือมายาวนาน ทำให้คนเชียงใหม่ยอมไม่ได้ และยินดีหาทุนและพื้นที่ในการการสร้างบ้านพักแห่งใหม่ให้กับทางศาลต่อไป ขอเพียงให้ทุบทำลายบ้านพักบนดอยเหล่านั้นและคืนให้กลับเป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิม

ด้าน ดร.จอห์นนพดล วศินสุนทร ฝ่ายประสานงานด้านกฎหมาย เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า โดยความคิดเห็นของเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ต่อโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการศาลฯ คือเป็นการทำร้ายจิตใจชาวเชียงใหม่ และชาวไทยทั่วประเทศ สร้างรอยแผลเป็นบนดอยสุเทพ เสมือนเหยียบย่ำ ลบหลู่ครูบาศรีวิชัย และพระธาตุดอยสุเทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาของชาวเชียงใหม่ ทั้งยังใช้งบประมาณฟุ่มเฟือย ขัดต่อหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 นอกจากนั้นการก่อสร้างบ้านพักศาล ได้เลือกพื้นที่และใช้ประโยชน์จากที่ดินไม่เหมาะสม ทำลายป่าสมบูรณ์ และระบบนิเวศน์ภูเขา ซึ่งถึงแม้ทางศาลจะอ้างว่าจะมีการปลูกต้นไม้ ดอกไม้ทดแทน แต่นั่นไม่ใช่ทางออกที่สมควร และอาจยิ่งทำลายระบบนิเวศน์มากขึ้นด้วยซ้ำ

เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าเต็งรังสมบูรณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และถูกไถ ตัด ถางไปแล้ว หากมีการปลูกพืชพรรณชนิดอื่นมาโดยไร้การศึกษาให้ดี อาจก่อให้เกิดการกระจายพันธุ์ของพืชต่างถิ่นที่ทำลายระบบนิเวศน์เดิม สามารถดูจากกรณีศึกษา ได้จากป่าในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน ที่มีการปลูกดอกบัวตอง จำนวนมาก โดยดอกบัวตองนั้นเป็นพืชที่แพร่กระจายเร็วและกันไม่ให้พืชชนิดอื่นขึ้นมาแทรก เมื่อแพร่กระจายพันธุ์ ดังนั้นหากมีการปลูกดอกไม้บางชนิดโดยไม่ระวังและปล่อยให้กระจายพันธุ์ก็มีส่วนในการทำลายป่าได้เช่นกัน และแม้จะชอบด้วยกฎหมาย แต่ขัดรัฐธรรมนูญ และจรรยาบรรณของผู้พิพากษา ที่ควรจะนำกฎหมายมาใช้เพื่อประโยชน์ของราษฎรเป็นหลัก แต่นี่กลับละเลยเสียงของประชาชน

ข่าวล่าสุด