เนชั่นทีวี

ข่าว

ระดมกวาดล้างยา 8 จังหวัดเหนือ ยึดยาบ้ากว่า 14 ล้านเม็ด

01 เม.ย. 2561 | Pattana_sri

ระดมกวาดล้างยา 8 จังหวัดเหนือ ยึดยาบ้ากว่า 14 ล้านเม็ด

เชียงใหม่- ภ.5 ระดมกวาดล้างยา 8 จว.เหนือ ก่อนสงกรานต์ ยึดยาบ้ากว่า 14 ล้านเม็ด ผู้ต้องหากว่า 4 พันคน รวมมูลค่าทรัพย์สินและของกลางกว่า 118 ล้านบาท

เชียงใหม่- ภ.5 ระดมกวาดล้างยา 8 จว.เหนือ ก่อนสงกรานต์ ยึดยาบ้ากว่า 14 ล้านเม็ด ผู้ต้องหากว่า 4 พันคน รวมมูลค่าทรัพย์สินและของกลางกว่า 118 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (1 เม.ย.) ที่ห้องประชุมสโมสรคุ้มแก้วขวัญดาว กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ภ.5, นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้ง ผบก.ตำรวจภูธร หรือตัวแทนจาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนที่อยู่ในบัญชาการของ ตร.ภูธรภาค 5 ร่วมกันแถลงข่าวการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ตามแผนปฏิบัติการ พิทักษ์ประชา 61

ระดมกวาดล้างยา 8 จังหวัดเหนือ ยึดยาบ้ากว่า 14 ล้านเม็ด


ตามที่ได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมทั้งผู้มีอิทธิพล เพื่อสืบสวนปราบปราม จับกุม ยึดทรัพย์ สลายโครงสร้าง ลดอิทธิพลผู้ค้า และทำลายเครือข่ายกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ผู้สมคบคิด และผู้เกี่ยวข้อง โดยให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการปิดล้อมพร้อมเพรียงกัน ระยะเวลาปฏิบัติการ 45 วัน ในห้วงวันที่ 15 ก.พ.-31 มี.ค.2561 เพื่อสร้างความมั่นใจ ในความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และนักท่องเที่ยว ก่อนเทศกาลสงกรานต์ ปี 2561 ที่กำลังจะถึงนี้


พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 กล่าวว่า จากการสรุปผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ พิทักษ์ประชา 61 ห้วงวันที่ 15 ก.พ.-31 มี.ค.2561 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งหมด 4,306 คดี มีผู้ต้องหา 4,320 คน แบ่งเป็น รายจังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ 1,661 คน เชียงราย 791 คน ลำปาง 454 คน พะเยา 291 คน แพร่ 344 คน น่าน 343 คน ลำพูน 371 คน และแม่ฮ่องสอน 65 คน รวมของกลางทั้งหมดที่ยึดได้คือ ยาบ้า 14,937,133 เม็ด ไอซ์ 583.35 กิโลกรัม เฮโรอีน 12.25 กิโลกรัม ฝิ่น 82.55 กิโลกรัม กัญชาสด 2.58 กิโลกรัม กัญชาแห้ง 6.77 กิโลกรัม และกระท่อม 2 กิโลกรัม โดยมีการยึดอายัดทรัพย์สิน จำนวน 59 ราย มูลค่าทรัพย์สิน 22,562,664 บาทรวมทั้งตรวจยึดรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด กฎหมายยาเสพติด จำนวน 43 คัน โดยขณะที่กำลังประชุมนั้น ยังได้มีการแสดงภาพการเข้าปิดล้อมตรวจค้น ปราบปราม ผู้ที่มีอิทธิพลและเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ซึ่งเคยต้องโทษมาแล้วและกลับมากระทำผิดอีก ในพื้นที่ อ.สันป่าตองซึ่งได้มีการฉายภาพสด ณ ที่เกิดเหตุแบบเรียลไทม์ ส่งตรงมายังในห้องประชุม และตนเอง (ผบช.ภ.5) ก็ได้มีการพูดคุยโต้ตอบและสั่งการได้โดยตรง แสดงถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าจะสามารถยึดอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมได้อีกไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท รวมทรัพย์สินที่ยึดอายัด และมูลค่าของกลางที่ยึดได้ ทั้งสิ้นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 118 ล้านบาท

ระดมกวาดล้างยา 8 จังหวัดเหนือ ยึดยาบ้ากว่า 14 ล้านเม็ด


ขณะเดียวกัน ในวันนี้ได้ยกคดีสำคัญ 1 คดีมาแถลงในวันนี้ด้วย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 5 ราย คือ นายขจรกิจ ชลชาญกิจ อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 106 หมู่ 4 ต.วังลึก อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย, นายอานพ นิ่งเย็น อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 50 ซอยบางแค 16 แขวงบางแค เขตบางแค กทม., นายอำพล จุ้ยทอง อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 26 ซอยเพชรเกษม 48 แยก 14 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม., น.ส.ณัฐปรียา อาจจินดา อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 80/497 ซ.พุทธบูชา 44 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. และน.ส.วารินทร์ กลิ่นมณฑา อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 50 ซอยบางแค 16 แขวงบางแค เขตบางแค กทม.พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,194,400 เม็ด สืบเนื่องจากเมื่อ วันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.01 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ บก.สส.5 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ลำปาง ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ภาคเหนือไปยังพื้นที่ชั้นในของประเทศ จึงได้วางแผนสกัดกั้น กระทั่งพบกลุ่มผู้ต้องหา นำโดยนายอำพล ใช้รถเก๋งฮอนด้า HRV เปิดห้องพักที่โรงแรมวังทอง ในตัวเมือง จ.ลำปาง จึงได้วางกำลังซุ่มดูพฤติกรรม อย่างใกล้ชิด กระทั่งต่อมานายขจรกิจ ได้ขับขี่รถยนต์บรรทุก ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ มาสมทบ และพากันเช็คเอาท์โรงแรมและเดินทาง โดยใช้ความเร็วสูงทั้ง 2 คัน ขณะขับผ่านแยกอินโดจีน มุ่งหน้าไปยัง จ.ตาก จึงได้ประสานงานแจ้ง สภ.เกาะคาให้ตั้งจุดตรวจสกัดไว้ เพื่อตรวจค้นตรวจสอบ บริเวณ ม.1 ต.นาแส่ง อ.เกาะคา จ.ลำปาง

ระดมกวาดล้างยา 8 จังหวัดเหนือ ยึดยาบ้ากว่า 14 ล้านเม็ด

 โดยขณะนั้นเมื่อรถยนต์ ฮอนด้า HRV ถูกสกัดไว้ พบบุคคลในรถคือ นายอำพล, น.ส.ณัฐปรียา อาจจินดา อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 80/497 ซ.พุทธบูชา 44 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. และน.ส.วารินทร์ขณะนั้นรถยนต์คันอีซูซุ กลับหักเลี้ยวรถกลับอย่างกะทันหัน และขับหลบหนีด้วยความเร็วสูงและขับย้อนหลบหนีไปมา น่าหวาดเสียว ก่อนที่ยางล้อจะเกิดระเบิดขึ้นและเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ ก่อนที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารภายใน คือนายขจรกิจ และนายอานพ จะเปิดประตูรถพยายามหลบหนี ก่อนจะถูกจับกุมได้โดยละม่อม และยอมรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน และจะได้มีการนำส่งผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 ให้ข้อมูลอีกว่า ในระยะหลังมานี้ จะพบว่าหลายคดีที่เจ้าหน้าที่ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านประชาชน ที่คอยเป็นหูเป็นตาเป็นยามเฝ้าระวังภัยในชุมชนตนเอง จำนวนมาก โดยเมื่อพบรถยนต์ต้องสงสัยเข้ามาลาดตระเวนหรือเข้ามาในพื้นที่อย่างมีพิรุธ ก็มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ ทำให้ที่ผ่านมาสามารถติดตามสืบสวนสอบสวนจนนำไปสู้การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและอาชญากรรมได้จำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าประชาชนเชื่อใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่มากขึ้น และตระหนักถึงการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตนเองและสังคม จึงอยากจะฝากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเพิ่มขึ้นให้มากที่สุด เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมไทย และทั้งนี้ ในช่วงหลังมานี้ยังทราบข้อมูลจากตำรวจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่ามีการตรวจจับผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดได้จำนวนมาก และเมื่อสอบปากคำ ก็จะพบว่า มีการเลี่ยงการขนยาเสพติดที่จะผ่านภาคเหนือ ไปทางภาคอีสานแทน เชื่อว่าน่าจะมาจากเหตุผลว่าภาคเหนือมีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพตรวจจับยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะพบว่าจากเมื่อก่อนที่เมื่อจับผู้ลักลอบค้ายาเสพติดมักจะเป็นชาวไทยภูเขาเป็นส่วนมาก แต่ปัจจุบัน กลับเป็นชาวไทยในภาคอีสานหรือภาคกลางเดินทางขึ้นมาขนด้วยตนเองมากขึ้น แสดงว่า การหาผู้รับจ้างจน น่าจะลดน้อยลงจากความเกรงกลัวเจ้าหน้าที่มากขึ้น
นอกจากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีการดำเนินการต่อไปในทุกมิติ อย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ไม่ลดหย่อนกำลังลง โดยเฉพาะใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลประเพณีอันดีงามและมีชื่อเสียงระดับโลก ที่นักท่องเที่ยวจะพากันเดินทางเข้ามาในพื้นที่ จำนวนมาก เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า เชียงใหม่และภาคเหนือนั้น มีความปลอดภัย สามารถท่องเที่ยวได้อย่างไร้กังวล

ข่าวล่าสุด