เนชั่นทีวี (30 มีนาคม) ตามที่มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 27 มีนาคม 2561 เห็นชอบมาตรการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ส่วนราชการต้นสังกัด ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และรายงานผู้บังคับบัญชา รัฐมนตรี ภายใน 30 วัน นั้น เนชั่นทีวี ได้รับเอกสารกรณีการเบิกจ่ายพัสดุภายในโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยใบเบิกจ่ายพัสดุ เป็นของวันที่ 30 พ.ย.2560 เล่มที่ 7 เลขที่ 26 เบิกน้ำมัน ให้กับรถยนต์ ชป. 046-2394 เพื่อขนย้ายอุปกรณ์ก่อสร้างไปที่ฝายส่งน้ำที่ 2 คลองระบายน้ำ D23 อ.บ้านแหลม เบิกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 50 ลิตร และ เล่มที่ 7 เลขที่ 29 เบิกน้ำมัน ให้กับรถยนต์ ชป. 046-2394 ซึ่งเป็นคันเดียวกันกับที่เบิกน้ำมันไปแล้ว คราวนี้แจ้งว่า เพื่อขนส่งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อช่วยเหลือน้ำท่วมที่สำนักชลประทานที่ 15 เบิกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว จำนวนมากถึง 170 ลิตร โดยใบเบิกจ่ายพัสดุ ทั้ง 2 ใบคนสั่งจ่าย ผู้จ่าย ผู้รับเป็นคนเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ปรากฎว่า ในวันที่ 30 พ.ย.2560 ในใบอนุญาตใช้รถยนต์ส่วนกลาง เบิกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว จำนวน 170 ลิตร ให้กับ รถยนต์ ชป.052-2282 เพื่อขนส่งเครื่องผักดันน้ำไปที่ สำนักชลประทานที่ 15 อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โดยคนขับรถ เป็นคนละคนกัน
ประเด็นคือ การจะเบิกน้ำมันออกจากคลังจะต้องมีคำขอใช้รถแนบไปด้วยเสมอ แต่กรณีนี้ ใบขอใช้รถยนต์ ชป.052-2282 ขอเบิกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว จำนวน 170 ลิตร เพื่อขนส่งเครื่องผักดันน้ำเพื่อช่วยเหลือน้ำท่วม ที่ สำนักชลประทานที่ 15 แต่ใบเบิกจ่ายพัสดุ วันที่ 30 พ.ย.2560 เล่มที่ 7 เลขที่ 29 เบิกน้ำมัน 170 ลิตรเท่ากัน ให้กับรถยนต์ ชป. 046-2394 เพื่อขนส่งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อช่วยเหลือน้ำท่วมที่สำนักชลประทานที่ 15 เหมือนกัน
เมื่อดูจากคำขอใช้รถ ไปและกลับภายในวันเดียว (30 พ.ย.2560) ทั้งที่ระทางจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ไปที่ สำนักชลประทานที่ 15 อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช 661.6 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางคำนวณจาก กูเกิลแมป 9 ชม. 1 นาที การขอใช้รถเพียงวันเดียวคือวันที่ 30 พ.ย.เวลาเดินทาง 09.00 น. จะไปถึง อ.ปากพนังเวลา 18.00 น. และถ้าไปถึงแล้วเดินทางกลับมาทันที จะกลับมาถึงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ในเวลา 03.00 ของวันที่ 31 พ.ย.2560 แต่ในทางเป็นจริงต้องมีเวลาพักรถ เวลาขนเครื่องลงจากรถ