คือ ส.ต.สรศักดิ์ โพธิ์ทอง อายุ 35 ปี หรือฉายาโจ้ ไผ่เงิน และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ภายในร้าน 56 อารีน่า ถนนเจริญราษฎ์ร แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุวเทพมหานคร ทำให้นักท่องเที่ยวกำลังวิ่งหนีตายกันอลหม่าน พบนายเอกรัตน์ แผ่วัฒนโรจน์ อายุ 36 ปี ผู้ก่อเหตุยิงนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บถูกจับกุมได้ที่เกิดเหตุ ในสภาพสะบักสะบอม พร้อมตรวจยึดอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ปืนพกสั้น ยี่ห้อคาร์ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ทางเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวสอบสวน ที่สน.วัดพระยาไกรเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าวันที่ 30 มีนาคม พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 เปิดเผยว่า ตนได้ลงไปตรวจที่เกิดเหตุด้วยตนเองหลังจากเกิดเหตุบริเวณร้าน 56 อารีน่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณเที่ยงคืน สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุคือ นายเอกรัตน์ แผ่วัฒนโรจน์ อายุ 36 ปี พร้อมอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ปืนพกสั้น ยี่ห้อคาร์ ขนาด 9 มม.นอกจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และเสียชีวิต 1 อย่างไรก็ตาม ได้มอบพ.ต.อ.มนตรี เทศขัน รองผบก.น.5 ไปตรวจสอบเพื่อลงไปควบคุมการสอบสวน พร้อมทั้งกำชับการปฏิบัติหน้าที่ในการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากกรณีดังกล่าวได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นฯ และพยายามฆ่าผู้อื่นฯ กับผู้ก่อเหตุกรณีหลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกัน เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป
เมื่อถามว่าจะมีการพิจารณาข้อบกพร่องเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากสถานบริการเปิดเกินเวลาและมีการใช้อาวุธปืนก่อเหตุหรือไม่นั้น พล.ต.ต.มงคล กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า สถานบริการดังกล่าวได้ปิดตามเวลาที่กำหนดลงไปแล้วและอยู่ระหว่างรอเช็คบิลค่าใช้บริการ และช่วงเวลาเกิดเหตุประมาณ 00.20 น. โดยผู้ก่อเหตุไม่ได้มีการนำอาวุธเข้ามาตั้งแต่ใช้บริการครั้งแรกจึงไม่ได้มีการพิจารณาข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.วัดพระยาไกร แต่อย่างใด โดยสาเหตุเกิดจากโดนรุมทำร้ายเลยวิ่งออกไปเอาอาวุธปืนในรถยนต์มายิง
พล.ต.ต.มงคล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ตนได้ทำการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวกลับพบว่าหายไปแล้วเหลือแต่แฟนของผู้ก่อเหตุ จากการสอบถามก็ให้การรับว่ารถยนต์ดังกล่าวได้ซื้อมา ซึ่งรถยนต์ที่นำมาใช้นั้นเป็นรถหนีไฟแนนท์มา หลังเกิดเหตุได้นำมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบและทำการตรวจยึดเป็นพยานหลักฐานเอาไว้แล้ว