เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 29 มีนาคม 2561 กรมควบคุมมลพิษได้เปิดเผยถึงผลการตรวจวัดค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน PM10 ที่ลอยเจือปนในอากาศ ของตำบลจองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน วัดค่าปริมาณได้สูงถึง 172 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และสูงเป็นอันดับหนึ่งของภาคเหนือ รองลงมาได้แก่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ วัดได้ 123 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ด้านสถานการณ์ของไฟป่า พบว่า ยังคงมีการเผาป่าในแทบทุกพื้นที่ เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนัก ในการเข้าควบคุมไฟป่าไม่ให้ลุกลามใหญ่โต ไปมากกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณควันไฟป่าที่สะสมมาก่อนหน้านี้ และควันไฟป่าจากต้นไม้แห้งที่ล้มตายตามธรรมชาติในป่า และติดไฟคุกรุ่น ได้ปล่อยควันลอยขึ้นสู่อากาศอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้สถานการณ์ควันไฟป่า เข้าสู่ขั้นวิกฤติ จนไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้แต่อย่างใด
ในส่วนของหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยเสือเฒ่า หมู่ 8 ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน พบว่านักท่องเที่ยวมีบางตา จนสาวกะเหรี่ยงคอยาว นั่งหน้าเศร้า เพราะนักท่องเที่ยวลดน้อยลงอย่างมาก โดยระบุว่า ในห้วงเทศกาลปีใหม่ปกติจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวที่หมู่บ้านคอยาวห้วยเสือเฒ่าอย่างหนัก แต่จนถึงปัจจุบัน นักท่องเที่ยวได้ลดลงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ ผลกระทบจากหมอกควันไฟป่า ส่งผลให้เครื่องบินของสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ ที่ DD 8214 กรุงเทพ - แม่ฮ่องสอน ต้องเลื่อนการเดินทางจากกรุงเทพมหานครมายังท่าอากาศยานจังหวัดแม่ฮ่องสอนหลังประสบกับภาวะหมอกควันที่หนาทึบ ทัศนวิสัยต่ำกว่า 2 กิโลเมตรโดยต้องเลื่อนเที่ยวบินจากเวลาปกติถึง ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน เวลา 09.00 น. เป็น เวลา 16.45 น.ในช่วงค่ำ สาเหตุมาจากค่าทัศนวิสัยในการมองเห็นทางอากาศต่ำอยู่ในระดับอันตรายต่อการบิน ของกฎการบินพลเรือน ซึ่งเที่ยวบินดังกล่าว มีผู้บริหารของบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด และลูกค้า ร่วมเดินทางมาเพื่อ หาแนวทางโปรโมท สายการบินดังกล่าว