เนชั่นทีวี

ข่าว

ไล่ออก!...รจนา โกงกองทุนเสมาฯ

26 มี.ค. 2561 | lastman

ไล่ออก!...รจนา โกงกองทุนเสมาฯ

ความคืบหน้ากรณีตรวจสอบการทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ตั้งแต่ปี 2551-2561 จำนวน 88 ล้านบาท และล่าสุดพบว่ามีเงินหายไปอีกประมาณ 30 ล้านบาทในปี 2550 2551 และ 2553 รวมกว่า 100 ล้านบาท โดยมี นางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 สังกัดสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สำนักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ รับสารภาพว่ายักยอกจริงโดยโอนเงินไปยังบัญชีญาติพี่น้องและพวก 22 บัญชี ซึ่งกรรมการสอบสวนทางวินัย มีมติไล่ออกจากราชการ

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิจารณาโทษทางวินัย นางรจนา กรณียักยอกเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตสำหรับการพิจารณาโทษทางวินัย นางรจนา สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง เนื่องจากผู้กระทำความผิดให้การรับสารภาพต่อผู้บังคับบัญชา ถือว่ามีความผิดปรากฎชัดแจ้งซึ่งตามกฎข้าราชการพลเรือน ว่า ด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 ในข้อ 65 (อนุ 3) ว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาแล้ว ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการทางวินัย โดยไม่ต้องสอบสวน หรืองดการสอบสวนได้โดยผลการพิจารณาโทษที่ประชุม มีมติเอกฉันท์ รจนา สินที มีความผิดวินัยร้ายแรง ลงโทษไล่ออกจากราชการ ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมการเงินคดีนางรจนา สินที ข้าราชการซี 8 กระทรวงศึกษาธิการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ปปง. คาดว่า 1 เดือน สามารถสรุปผลสอบได้ เผยต้นเดือนกุมภาพันธ์ เงินถูกถอนเกลี้ยงทั้ง 22 บัญชีนายวิทยา เนติธรรม เลขานุการกรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เปิดเผยว่า ขณะนี้การตรวจสอบมีความคืบหน้าไปพอสมควร คาดว่าอีก 1 เดือนจะได้ข้อสรุป ซึ่งการตรวจสอบเงินที่โอนเข้าไปยังบัญชีชื่อบุคคลอื่น 22 บัญชี พบว่าเงินถูกถอนออกหมดตั้งแต่ต้นกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาโดย ปปง.จะต้องสืบทรัพย์ต่อว่ามีการนำเงินไปใช้จ่ายหรือแปลงไปเป็นสินทรัพย์ประเภทอื่นหรือไม่ เพราะเชื่อว่านางรจนาไม่สามารถที่จะดำเนินการเรื่องทั้งหมดได้เพียงคนเดียวนายวิทยา กล่าวอีกว่า สิ่งที่ปปง. ต้องทำคือการตรวจสอบทรัพย์สินตั้งแต่ต้นทางไปถึงปลายทาง และดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีฟอกเงิน ซึ่งมีโทษจำคุกทางอาญา 10 ปี โดยนางรจนากระทำผิดหลายกรรม จะต้องฟ้องเรียงกระทงลงโทษด้าน พันตำรวจโทสิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งคัดแยกเอกสาร เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มบุคคลต่าง ๆ และไม่มีความกังวลเกี่ยวกับรูปคดี โดยเฉพาะบุคคลที่มีรายชื่อเปิดบัญชีรับโอนเงินให้กับนางรจนา เพราะพบพยานหลักฐานการกระทำความผิดครบถ้วนแล้วระหว่างนี้หากมีการถ่ายเททรัพย์ไปที่อื่นก็สามารถตรวจสอบติดตามได้ ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งขยายผลคือความเชื่อมโยงถึงข้าราชการในระดับสูงกว่านางรจนา

ข่าวล่าสุด