ถูกคนร้ายใช้ของมีคม (มีดคัตเตอร์) ฆ่าปาดคอเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยอง แล้วทิ้งศพกับรถไว้ที่บริเวณกองขยะ ถนนเส้นทางเอกชัย สายเก่า ม.2 ต.กาหลง อ.เมืองสมุทรสาคร โดยมีทรัพย์สินที่สูญหายไปคือ สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองหลวงปู่หลิว 1 องค์ เงินสดจำนวนมากแต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเท่าไหร่ และโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตอีก 1 เครื่อง
ทั้งนี้เมื่อรองผู้บัญชาการและคณะมาถึง ก่อนที่จะเข้าห้องประชุมเพื่อรับฟังข้อมูลแนวทางการสืบสวนลับนั้น ก็ได้เดินทางไปดูสภาพรถแท็กซี่คันเกิดเหตุ ดูคราบเลือด และสิ่งของต่างๆ ที่ตกอยู่ภายในรถ โดยมีพ.ต.อ.ปัญจพล ชำนาญหมอ ผกก.สภ.บางโทรัด พร้อมด้วย พ.ต.ท.นนท์ ภักดีพันธุ์ รอง ผกก.สส.สภ.บางโทรัด และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทั้งของจังหวัดสมุทรสาครและของตำรวจภูธรภาค 7 ตลอดจนเจ้าหน้าที่วิยาการ กองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์ต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแกะรอยตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีสะเทือนขวัญนี้
ด้านพล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผู้บัญชาการภาค 7 บอกถึงความคืบหน้าในการติดตามคดีนี้ว่า คดีนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ถือว่าเป็นคดีที่โหดร้ายต่อเหยื่อมาก ทางผู้บัญชาการภาค 7 ได้สั่งการให้ตำรวจสืบทั้งจังหวัดสมุทรสาครและสืบสวนภาค 7 สนธิความร่วมมือกันในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยเชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1 คน ส่วนรายละเอียดนั้นจะต้องไปรับฟังข้อมูลจากพิสูจน์หลักฐานและตำรวจสืบสวนเพื่อหาข้อมูลในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
พล.ต.ต.กฤษณะฯ เปิดเผยอีกว่า หลังจากที่ได้มาดูสภาพรถคันที่ถูกก่อเหตุแล้ว ก็ได้สั่งการให้ทางพิสูจน์หลักฐานนั้นนำมวลดิน หรือ เศษดินที่พบอยู่ในรถไปตรวจเพิ่มเติม เพื่อดูว่ามวลดินมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เพราะถ้าหากได้ตัวผู้ต้องสงสัยมาแล้วก็จะสามารถนำรองเท้าตรวจหามวลสารได้ หากตรงกับส่วนประกอบที่ตรวจได้จากเศษดินในรถ ก็เชื่อได้ว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกันกับที่ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังมีการตรวจเปรียบเทียบกับที่เกิดเหตุและตรวจดีเอ็นเอในรถ ว่ามีดีเอ็นเอของใครบ้าง ส่วนมูลเหตุของการฆาตรกรรมนั้น เรื่องของความโกรธแค้นยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่ แต่เบื้องต้นก็เชื่อว่าเป็นการฆาตรกรรมเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์
ขณะที่เรื่องของภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น ทราบว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณคิวรถแท็กซี่มาแล้ว โดยภาพสุดท้ายที่เห็นนายเสน่ห์ ปิ่นทำนัก จอดรถอยู่ที่คิวก่อนจะออกมาเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมานั้น พบว่า ตอนที่ขับรถออกมาได้ขับรถออกมาเพียงคนเดียวไม่มีผู้โดยสารนั่งมาด้วย ส่วนกล้องวงจรปิดในสถานที่อื่นๆ ก็อยู่ระหว่างการติดตามภาพ