นี่คือเสียงวิจารณ์ของชาวเน็ตในพื้นที่ชายแดนใต้ หลังทราบข่าว ศอ.บต.ทำโครงการติดตั้ง "ตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์" กระจายไปในหลายอำเภอ ราคาตู้ละกว่า 5 แสนบาท ชาวเน็ตส่วนใหญ่มองว่าเป็นราคาที่แพงเกินไป น่าจะนำงบก้อนนี้ไปช่วยเหลือคนจนที่บ้านพังหรือไม่มีบ้านอยู่อาศัยมากกว่า ขณะที่หลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อ โดยนำไปเปรียบเทียบกับโครงการติดตั้งเสาไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ "เสาไฟโซลาร์เซลล์" ที่ใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ถูกชาวบ้านร้องเรียนอย่างหนักว่าใช้งานไม่ได้ ไฟไม่ติด หรือไม่ก็ติดๆ ดับๆ จนถูกรัฐบาลตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่ง "ล่าความจริง" ก็เคยนำมาเสนอเป็นซีรีส์เมื่อปีที่แล้วเช่นกัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมของ "ล่าความจริง" พบว่า โครงการนี้มีศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ศอ.บต.เป็นผู้รับผิดชอบ ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว 2 สัญญา เป็นงบประมาณปี 60 ทั้ง 2 สัญญา งวดแรกตั้งงบเอาไว้ 11,500,000 บาท ติดตั้ง 19 จุด ราคากลางอยู่ที่จุดละ 610,000 บาท โดยเลือกพื้นที่เป้าหมายทางความมั่นคงของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และพื้นที่เป้าหมายด้านการพัฒนาตามภารกิจของ ศอ.บต. ส่วนงวดที่ 2 ตั้งงบเอาไว้ 45 ล้านบาท เป้าหมายติดตั้งอีก 82 จุด ราคากลางจุดละ 549,000 บาท
จากโครงการที่ตั้งเอาไว้ และได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว พบว่าเฉพาะปีงบประมาณ 2560 ศอ.บต.มีแผนติดตั้ง "ตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์" 101 จุด เตรียมงบไว้รวมๆ 56 ล้าน 5 แสนบาท แต่เมื่อดำเนินโครงการจริง องค์กรตรวจสอบในพื้นที่พบว่า ศอ.บต.ติดตั้ง "ตู้กรองน้ำ" ไปแล้ว 91 จุด ราคาจุดละ 549,000 บาท ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 51 ล้านบาท
ข้อสังเกตขององค์กรตรวจสอบในพื้นที่ก็คือ เหตุใด ศอ.บต.จึงต้องแตกสัญญาจัดซื้อออกเป็น 2 สัญญา หรือต้องการเลี่่ยงมติคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นช่องทางในการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ และที่สำคัญคือ งบประมาณถึง 51 ล้านบาทนี้นำมาจากที่ไหน / นอกจากนั้นยังมีการตั้งคำถามว่า พื้นที่เป้าหมายในการดำเนินโครงการงวดแรก ไม่มีพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสเลย แต่ไปติดตั้งที่จังหวัดสตูลกับจังหวัดสงขลาทั้งหมด เพราะแม้พื้นที่จังหวัดสตูลและสงขลาจะเป็น 2 ใน 5 จังหวัดที่ ศอ.บต.รับผิดชอบเช่นกัน แต่ก็ไม่ใช่พื้นที่ความมั่นคงตามเป้าหมายของ กอ.รมน.
จากการตรวจสอบ "จุดติดตั้ง" ตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ พบว่าส่วนใหญ่ติดตั้งเอาไว้ตามมัสยิดกับวัด มีบางจุดติดตั้งในโรงเรียน สำนักงาน อบต. แต่บางจุดก็ไปติดตั้งไว้ในสถานีตำรวจ และที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน จึงมีคำถามว่าชาวบ้านในชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะแม้มัสยิดจะเป็นแหล่งรวมของพี่น้องมุสลิมที่ต้องไปละหมาดวันละ 5 เวลา แต่ก็คงเป็นเรื่องผิดปกติ หากไปละหมาดแล้วจะขนถังน้ำไปรองน้ำมาใช้ที่บ้านด้วย ส่วนวัดในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยมากไม่ใช่แหล่งรวมผู้คน หากไม่ใช่วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และเมื่อองค์กรตรวจสอบในพื้นที่ ขับรถไปดูตามจุดที่มีการติดตั้งตู้กรองน้ำฯ พบว่าบางจุดตั้งอยู่ห่างไกลชุมชนมาก และไปหลบมุมอยู่ลึกๆ โดยหลายๆ จุดที่ไปสังเกตการณ์ ไม่เห็นมีชาวบ้านไปต่อคิวรับน้ำหรือกดน้ำจากตู้กรองน้ำฯที่ว่านี้เลย
นอกจากนั้น หลายพื้นที่เริ่มมีการร้องเรียนเข้ามาว่า ชิ้นส่วนของตู้กรองน้ำเริ่มเป็นสนิม เช่น ที่บ้านน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี หลายแห่งชาวบ้านร้องเรียนว่าตู้กรองน้ำฯเสีย น้ำไม่ไหล บางแห่งก็มีช่างเข้าไปซ่อมแซม แต่เมื่อพิจารณาจากสัญญาติดตั้ง พบว่าตู้กรองน้ำฯที่ติดตั้งชุดแรกๆ จะหมดระยะเวลาประกันภายในเดือนหน้านี้ คำถามก็คือ เมื่อหมดประกันแล้วเกิดชำรุด ขัดข้องขึ้นมา จะมีช่างไปซ่อมให้หรือเปล่า
สรุปประเด็นที่ "องค์กรตรวจสอบการใช้งบประมาณในพื้นที่" ตั้งคำถามนอกเหนือจากราคาต่อเครื่องค่อนข้างแพง และแยกการจัดซื้อออกเป็น 2 สัญญา โดยใช้ "วิธีพิเศษ" ไม่มีการประกวดราคาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ แล้ว ยังมีคำถามคาใจอื่นๆ อีกหลายข้อ เช่น1.ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการเลือกพื้นที่ และบริเวณที่ติดตั้งตู้กรองน้ำ ทราบได้อย่างไรว่าเป็นที่ต้องการของชาวบ้าน 2.มีการอบรมผู้นำท้องถิ่นหรือผู้นำชุมชนเพื่อดูแลตู้กรองน้ำฯ ให้ใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาหรือไม่ และ 3.ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าน้ำ ค่าไฟ เพราะตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้ไฟ 2 ระบบ คือ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ หากมีแสงแดดมากพอให้เก็บไฟไว้ แต่ถ้าแสงแดดไม่พอ ก็สามารถใช้ไฟฟ้าปกติได้ ซึ่งมีค่าใช้จ่าย
มุมมองด้านดีของตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ก็มีเหมือนกัน "ทีมล่าความจริง" ได้ลงพื้นที่ "ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าทางการเกษตร" ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นจุดติดตั้งตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ และได้พบกับ คุณธัญญา แก้วเจริญ ผู้ใหญ่บ้าน คุณธัญญายืนยันว่าตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ตอบโจทย์ชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เพราะได้บริโภคน้ำสะอาดฟรี จึงมีชาวบ้านมารับน้ำตลอดทั้งวัน แต่ก็รู้สึกเป็นห่วงว่าถ้าหมดระยะเวลาประกันแล้ว เครื่องมีปัญหา จะทำอย่างไร
เช่นเดียวกับชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่า ตู้กรองน้ำฯมีประโยชน์มาก ชาวบ้านไปรับน้ำกันเยอะ เพราะน้ำสะอาด รับประทานได้ เสียแต่ว่าจุดติดตั้งอยู่ไกลบ้านไปหน่อย ทำให้ต้องเดินทางไปรับน้ำค่อนข้างไกล ส่วนทหาร และ อส.ในพื้นที่ใกล้เคียง ก็นำถังน้ำขนาดใหญ่ไปกดน้ำจากตู้กรองน้ำฯกันอย่างคึกคัก
นี่คือข้อมูล 2 ด้านของโครงการตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ราคาตู้ละครึ่งล้าน ก็มีทั้งฝ่ายที่บอกว่าไม่คุ้มค่า ราคาแพงเกินไป น่าจะนำงบไปใช้เรื่องอื่นมากกว่า กับอีกฝ่าย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านและกำลังพลในพื้นที่ ที่บอกว่าได้ประโยชน์จากตู้กรองน้ำฯอย่างมาก แต่ห่วงว่าถ้าหมดประกันแล้วเกิดเครื่องเสียขึ้นมาจะทำอย่างไร เรื่องนี้่ยังไม่จบ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องราคาตู้ละครึ่งล้าน แพงจริงหรือไม่ พรุ่งนี้ล่าความจริงจะพาไปบุกบริษัทผู้ผลิต ซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯนี่เอง ว่าตู้กรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ราคาตู้ละ 5 แสนเลยหรือ พร้อมทั้งจะพาไปตรวจสอบโครงการที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ โครงการอื่นๆ ในพื้นที่ชายแดนใต้ด้วยว่า ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวอย่างไร พรุ่งนี้รอติดตาม