เนชั่นทีวี

ข่าว

คู่มือความปลอดภัย...ลดเสี่ยงตาย "ทัวร์มรณะ"

23 มี.ค. 2561 | lastman

คู่มือความปลอดภัย...ลดเสี่ยงตาย "ทัวร์มรณะ"

ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ท่องเที่ยวรายล่าสุด ซึ่งคร่าชีวิตไปถึง 18 คน บาดเจ็บอีก 32 คน ล่าสุดสาเหตุพลิกไปจากเบรกแตก กลายเป็นโชเฟอาณืเสพยา จะเห็นได้ว่าสังคมมีการตั้งคำถามถึงคุณภาพรถบัส 2 ชั้นกันมาก และวิธีแก้ที่พอมองเห็นก็คือการคุมเข้มจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตามกฎระเบียบที่ออกมาใหม่ๆ เป็นระยะ แต่ปัญหาก็ย้อนกลับไปจุดเดิม คือการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพแค่ไหน ถ้าเรายังอยู่กันในสภาพนี้ เชื่อได้เลยว่าอุบัติเหตุที่ก่อความสูญเสียครั้งใหญ่แบบนี้ จะยังเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน วันนี้ "ล่าความจริง" จึงจะชวนคุณผู้ชมกลับมาตั้งคำถามในมุมมองของผู้บริโภค หรือผู้ใช้บริการกันบ้าง ซึ่งก็คือพวกเราๆ นี่แหละ เพราะบางความสูญเสียในบางกรณี หรือเกือบทุกกรณี พวกเราก็ป้องกันกันเองได้ ถ้าไม่ประมาท

"ล่าความจริง" ได้ติดต่อไปยัง คุณหมอ ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนนเราตั้งคำถามเฉพาะในมุมของผู้บริโภค อยากรู้แบบง่ายๆ ว่า สมมติเรานั่งรถทัวร์ 2 ชั้น นั่งตรงไหนจะปลอดภัยที่สุดเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ คุณหมอธนะพงศ์ บอกว่า ถ้าจะต้องมาระบุว่าที่นั่งตรงไหนปลอดภัย ก็คงบอกไม่ได้ เพราะแต่ละอุบัติเหตุมีความเสี่ยงกับผู้โดยสารแตกต่างกัน รถบางคันชนด้านหน้า บางคนชนด้านหลัง หรือไม่อย่างกรณีล่าสุด ชนแบบพลิกตะแคง แล้วรูดไปตามถนนด้วย ฉะนั้นเรื่อง "ที่นั่งปลอดภัย" จึงไม่สามารถบอกได้ตายตัวแต่สำหรับ "หลักปฏิบัติ" สำหรับผู้โดยสารที่ต้องท่องจำไว้ขึ้นใจ ถ้าไม่อยากเป็นตายเป็นผีเฝ้าถนน มีอยู่ 3 สเต็ปสเต็ปแรก คือ การเลือกรถ โดยก่อนเดินทางเราต้อง check list สิ่งที่ "ขาดไม่ได้" กันก่อน เริ่มจากผู้เดินทางต้องรู้ว่ารถคันที่เราจะใช้โดยสาร ผ่านมาตรฐานหรือไม่ ยังมีสัญญาอนุญาตประกอบการหรือเปล่า (เคสล่าสุดที่ตาย 18 คนนี่ขาดสัญญานะ) ประวัติรถเป็นอย่างไร ตรวจสภาพครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ผลตรวจเป็นอย่างไร อย่างรถบัสที่เพิ่งเกิดอุบัติเหตุจดทะเบียนเมื่อไหร่ (ก่อนหรือหลังระเบียบใหม่ที่ออกมาควบคุมรถบัสสองชั้นเมื่อปี 57) ถ้าเป็นไปได้ ต้องขอดูประวัติผู้ประกอบการด้วยว่าบริษัทนี้ประวัติดีหรือไม่ ขอดูประวัติคนขับด้วยเลยที่สำคัญ รถมีประกันทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจไหม คือถ้ามีแต่ประกันภาคบังคับ เวลาเกิดอุบัติเหตุจริงๆ แล้วมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจำนวนมาก เงินเยียวยาที่ได้จากบริษัทประกันภัยจะน้อย ไม่คุ้ม บางเคสเสียชีวิตได้เงินหลักหมื่นก็มี ฉะนั้นต้องดูกันเลยว่ามีประกันแบบสมัครใจ หรือ PA ด้วยหรือเปล่า หรือไม่อย่างนั้น ผู้โดยสารก็ทำประกันกันเองในกลุ่มทัวร์ยังไม่จบเราต้องมาวางแผนเส้นทางเดินทางด้วย อย่าคิดแต่ว่าจะประหยัด แล้วเลือกไปทางลัด หรืออยากประหยัดเลยออกเดินทางกลางดึก บางครั้งระยะทางเกิน 400 กิโลเมตร ไม่ยอมเปลี่ยนคนขับด้วย ทั้งหมดที่พูดไป เราสามารถเรียกร้องจากผู้ประกอบการรถบัสรถทัวร์ได้ เพื่อเตรียมวางแผนกันไว้ก่อน สำคัญที่สุดอย่าลืมใส่ไว้ในสัญญาด้วย จะได้มีผลทางกฎหมาย


สเต็ปสอง ระหว่างเดินทาง เวลาเราไปเที่ยวเป็นกรุ๊ปทัวร์ ภาพที่เห็นทั่วไปคือการร้องรำทำเพลง บางกรุ๊ปมีดื่มแอลกอฮอล์ด้วย อยากจะให้ฉุกคิดสักนิดว่า เส้นทางที่เรากำลังผ่านนั้น เราอยู่บนเส้นทางเสี่ยงหรือเปล่า ยังไม่พอ รู้ไหมว่าการที่เต้นๆ โยกๆ กันบนรถทัวร์ โดยเฉพาะรถบัส 2 ชั้น ยิ่งโยกหนักเท่าไหร่ ยิ่งเป็นการเพิ่มแรงเหวี่ยงให้รถ เพราะฉะนั้นพึงระลึกไว้เสมอว่า ถ้าใครนั่งรถแล้วไม่ได้อยู่กับที่นิ่งๆ พร้อมกับคาดเข็มขัดไว้ คนนั้นแหละอันตรายที่สุด (นี่ยังไม่รวมพฤติกรรมอื่นที่อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยง อย่างเช่น การเร่งคนขับให้ขับรถเร็วๆ เพื่อจะได้ไปช็อปปิ้งอีกนะ)สเต็ปที่สาม เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นแล้ว อย่างที่บอกคุณผู้ชมไปแล้วตอนต้นว่าเราไม่สามารถระบุได้เลยว่านั่งตรงไหนแล้วจะรอด แต่ยังพอมีวิธีเฝ้าระวัง นึกภาพง่ายๆ เวลาเราเดินทางโดยเครื่องบิน บนเครื่องจะมีป้ายสัญลักษณ์ หรือไฟบอกทาง ชี้ให้เราเห็นว่าประตูฉุกเฉินอยู่ตรงไหน แต่สำหรับรถบัสรถทัวร์ น้อยคนที่จะรู้ว่าปกติแล้วกระจกรถบัสทุบไม่แตก ทั้งคันรถมีเพียง 1 บานเท่านั้นที่แตกได้ เพราะฉะนั้นถ้ามีการให้ความรู้กันสักนิด ก็จะได้ช่วยกันเฝ้าระวังนอกจากนั้น ทุกครั้งที่รถบัสไม่ได้แล่นไปตามเส้นทาง เช่น จอดซ่อมอะไหล่ คนที่อยู่บนรถต้องอย่าปล่อยผ่าน เพราะคุณหมอธนะพงศ์ บอกว่าเคยเกิดกรณีที่รถบัสแวะเชื่อมเหล็ก แล้วมีประกายไฟ ปรากฏว่าไฟไหม้ยกคัน มีคนตายมาแล้วอีกหนึ่งเรื่องที่คุณหมอเตือนมา คื ระหว่างเดินทาง ให้ระมัดระวังอุปกรณ์ที่อาจทำให้เกิดอันตรายกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีความแข็ง มีคม และมีขนาดใหญ่ เพราะเคยมีเคสรถทัวร์เก็บอุปกรณ์ดนตรีไว้ด้านบน เมื่อรถพลิกคว่ำ กลองยาวขนาดใหญ่กระเด็นตกลงมา ทำให้ผู้โดยสารบาดเจ็บสำหรับกรณีที่เพิ่งเกิดเหตุสลดขึ้น เป็นรถบัส 2 ชั้น ชั้นล่างคือจุดที่ปลอดภัยมากสุด เพราะมีจุดศูนย์ถ่วงมากที่สุด เมื่อดูแลตัวเองแล้วก็อย่าลืมดูแลคนขับ เพราะบางทัวร์มัวแต่สนุกกัน ถ้าจะมีใครสักคนคอยผลัดเวียนกันไปคุยกับคนขับ ดูความเร็วรถ ดูความไม่ชอบมาพากล ก็จะช่วยป้องกันได้อีกทาง

ข่าวล่าสุด