จากกรณีอุบัติเหตุรถบัสนำเที่ยวจากจังหวัดกาฬสินธุ์ เสียหลักพลิกคว่ำขณะเดินทางกลับจากไปท่องเที่ยวทะเลที่จังหวัดจันทบุรี บริเวณถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-ราชสีมา ทางลงเขาวังน้ำเขียว ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บอีก 32 คนนั้น
ล่าสุดวันนี้ (22 มี.ค. 61) เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ได้เดินทางมาสำรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บข้อมูลในตัวรถบัส ความเสียหายบริเวณโดยรอบ ซึ่งพบว่าจุดที่เกิดเหตุนั้น เป็นทางโค้งหักศอกลงเขา ใกล้กับสวนป่าหัวช้าง-วังน้ำเขียว ที่เคยเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
โดยมีร่องรอยของรถบัสวิ่งครูดมากับแท่งปูนกั้นกลางถนนเป็นระยะทางยาวหลายร้อยเมตร ก่อนที่รถจะเสียหลักพลิกคว่ำ และข้ามแท่งปูนกั้นกลางถนน มาชนกับต้นจามจุรีขนาดใหญ่ข้างทางอย่างรุนแรง จนเปลือกต้นไม้หลุดออกเป็นแผลกว้างหลายแห่ง และรถได้กวาดเอาร้านค้าข้างทางพังเสียหายไป 5 ร้าน สภาพรถพังเสียหายทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุดมทรัพย์ ได้นำกรวยยาง มากั้นถนนบริเวณจุดเกิดเหตุไว้ ให้รถวิ่งได้เพียงแค่ 1 เลน จากทั้งหมด 3 เลน
ต่อมาเวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา ได้นำรถกู้ภัยจำนวนกว่า 10 คัน ขนย้ายศพผู้เสียชีวิตทั้งหมด 18 ศพ เดินทางออกจากโรงพยาบาลวังน้ำเขียว เพื่อไปส่งที่ภูมิลำเนา จ.กาฬสินธุ์
หลังจากนั้นเวลา 17.30 น. นายอาคม เติมพิทยาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมกับกำชับให้ทางหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา ได้อำนวยความสะดวกให้กับญาติผู้เสียชีวิต และดูแลรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคนอย่างเต็มที่
พร้อมกับประสานบริษัทประกันภัย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือเรื่องเงินกรมธรรม์ช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังได้เตรียมนำข้อมูลของถนนสาย 304 เพื่อที่จะไปวิเคราะห์วางแผนป้องกันอุบัติเหตุตามจุดเสี่ยงต่างๆ อย่างเข้มงวด ก่อนที่คณะทั้งหมดจะเดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
ขณะเดียวกัน พลตำรวจตรี วัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอุดมทรัพย์ จังหวัดนครราชสีมา สามารถควบคุมตัวชายคนขับรถบัสได้แล้ว ทราบชื่อคนขับคือ นายกฤษณะ จุฑาชื่น อายุ 44 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวนายกฤษณะได้ ขณะเดินเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในป่าริมทาง ใกล้กับจุดเกิดเหตุ โดยนายกฤษณะมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายกฤษณะยอมรับสารภาพเป็นคนขับรถบัสคันดังกล่าวจริง และไม่ได้ดื่มสุราแต่อย่างใด โดยก่อนเกิดเหตุเป็นทางลงเขารถบัสเกิดเบรกไม่อยู่ และเบรกแตก จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุสยองขึ้น และหลังเกิดเหตุได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ในที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต และหลบหนีไปโดยไม่แสดงตัวหลังเกิดเหตุ ก่อนอายัดตัวไว้ที่โรงพยาบาลปักธงชัย เพื่อรักษาตัวระยะหนึ่งก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.อุดมทรัพย์ต่อไป.