เมื่อเวลา 05.00 น.วันเดียวกัน ในขณะที่ตนกำลังขับรถสามล้อพ่วงข้างนำอาหารทะเลไปขายในตลาดสดปากน้ำหลังสวน เมื่อออกจากบ้านได้ประมาณ 200 เมตร ถึงหน้าศาลเจ้าปากน้ำหลังสวน ถนนบางสมบูรณ์ มีคนร้าย 3 คน เป็นชายอายุประมาณ 20-30 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อทะเบียนไม่ได้ พูดภาษาถิ่นใต้ ขับมาปาดหน้า จากนั้นคนร้ายหนึ่งคนได้ลงจากรถเดินมาใช้มือปิดปากตนแล้วกดศีรษะลงกับพื้นถนน
ส่วนอีกสองคนช่วยกันรื้อค้นทรัพย์สินในกระเป๋าถือและตามร่างกาย โดยบังคับให้ตนอยู่นิ่งๆ อย่าส่งเสียงดัง มิเช่นนั้นจะฆ่าให้ตาย ซึ่งคนร้ายทั้ง 3 คน ได้สร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือทองคำ น้ำหนักรวม 10 บาท เงินสด 3 หมื่นบาท พระเหลี่ยมทองคำอีก 2 องค์ โทรศัพท์ 1 เครื่อง มูลค่ากว่า 5 แสนบาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เมื่อตนตั้งสติได้ก็พบว่าปากและใบหน้ามีบาดแผลจากร่องรอยการที่คนร้ายใช้มือปิดปากและกดหน้าลงกับพื้นถนน จึงรีบไปแจ้งความที่ สภ.ปากน้ำหลังสวน
ต่อมา พ.ต.ต.วิทยา สับประสาน พนักงานสอบสวนเวร สภ.ปากน้ำหลังสวน ได้ออกมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่ปรากฏว่ากล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุใช้การไม่ได้ โดยนางปรีดาให้การว่า ก่อนออกจากบ้านสังเกตเห็นคนร้ายทั้ง 3 คนขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนหน้าบ้านหลายรอบ คาดว่าคนร้ายกลุ่มนี้คงติดตามดูพฤติกรรมของตนมาหลายวัน จนทราบว่าตนมักพกเงินสดและมีทรัพย์สินในตัวจำนวนมาก จึงลงมือบุกเข้าปล้นในวันนี้ คาดว่าคนร้ายอาจเป็นคนในตำบลใกล้เคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป
นายเจด็จ เกตากุล อายุ 59 ปี น้องชายนางปรีดา เปิดเผยว่า เหตุการณ์คนร้ายชิงทรัพย์ชาวบ้านในตลาดปากน้ำหลังสวนเกิดขึ้นบ่อยมาก คาดว่าอาจเป็นแก๊งเดียวกัน ที่เกิดความย่ามใจเพราะยังไม่เคยถูกจับได้ ส่วนกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุก็ไม่สามารถใช้การได้ เคยร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข ส่วนนางปรีดายังเป็นพี่สาวของ นายอำนาจ เกตากุล สมาชิกสภา อบจ.ชุมพร และเป็นมารดาของ นายเอกชัย ขุนพรหม สมาชิกสภาเทศบาล ต.ปากน้ำหลังสวน ซึ่งนางปรีดา หรือ "เจ๊นุ้ย" มีฐานะร่ำรวยจากการค้ากุ้งทะเลรายใหญ่ของ จ.ชุมพร แต่มักจะขับรถสามล้อพ่วงไปขายอาหารทะเลสดที่ตลาดสดปากน้ำหลังสวนด้วยตนเองอยู่เสมอ