(20 มี.ค.51) ที่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 16 บ้านสี่เหลี่ยมโนนทอง ต.หูทำนบ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ ด.ญ.ชลธาร ช่วยแสง หรือน้องต่าย อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านสุขสำราญ ที่เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา เป็นรายที่ 6 ของประเทศ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว ขณะที่เพื่อนบ้านก็ได้แวะเวียนมาแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวน้อง และสอบถามข่าวคราวอย่างต่อเนื่อง เพราะหลายคนไม่เชื่อว่าแค่น้องถูกสุนัขงับที่มือแต่ไม่มีบาดแผล แค่เป็นรอยข่วนเล็กน้อยจะทำให้น้องเสียชีวิตรวดเร็วขนาดนี้ ส่วนสุนัขตัวที่งับมือน้องต่าย ทราบว่าเป็นสุนัขมาจากหมู่บ้านอื่น ขณะนี้ได้ตายไปและเจ้าของฝังซากไปแล้ว
แต่ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในหมู่บ้าน และพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากทราบว่าสุนัขที่กัดน้องต่ายจนทำให้เสียชีวิต ได้ไล่กัดสุนัขไปหลายตัว จึงกลัวว่าจะนำเชื้อพิษสุนัขบ้าไปแพร่ระบาด ส่วนคนในครอบครัวที่ใกล้ชิดกับน้องต่าย หมอได้ให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกคน
นางสมยง ช่วยแสง อายุ 43 ปี แม่ของน้องต่าย บอกว่า ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียลูกสาวเพียงคนเดียว เพราะไม่คิดว่าลูกจะจากไปรวดเร็วขนาดนี้ พร้อมเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ขณะลูกสาวไปเต้นรำในงานบุญหมู่บ้าน มีสุนัขวิ่งเข้ามางับที่มือลูกสาวแต่ไม่มีบาดแผลมีเพียงรอยข่วนเล็กน้อยเท่านั้น ลูกสาวจึงบอกกับยายเพื่อนบ้านที่ไปเต้นรำด้วยกันว่าไม่เป็นไร และกลับมาบ้านลูกสาวก็ไม่ได้บอกแม่และคนในครอบครัวว่าถูกหมางับที่มือ จึงไม่ได้พาลูกสาวไปฉีดวัคซีน จากนั้นลูกสาวก็ใช้ชีวิตเป็นปกติ ต่อมาไม่ได้แสดงอาการอะไร
กระทั่งวันที่ 15 มี.ค. ก็เห็นลูกสาว นอนซมตัวร้อนจัด จึงต้มน้ำไห้อาบ ต่อมาวันที่ 16 มี.ค. ก็บอกอีกว่า แน่นหน้าอก จึงไห้กินยาพาราเพราะคิดว่าไม่สบายธรรมดา ซึ่งน้องเอาก็ไม่เคยมีโรคประจำตัว กระทั่งตี 1 คืนเดียวกัน ลูกร้องเสียงดังบอกว่าเจ็บหน้าอกหายใจไม่ออก พอตี 5 ลูกเริ่มมีอาการคันตามตัวเหมือนเป็นลมพิษ จึงรับพาไปโรงพยาบาล แต่ไม่อยากรอคิวจึงพาลูกไปคลินิก ได้ฉีดยาลดไข้และยาขยายหลอดลม
หลังจากนั้นอีก 3 ชั่วโมง อาการของลูกไม่ดีขึ้น จึงกลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง หมอให้พักรักษาตัวดูอาการที่โรงพยาบาลปะคำ แต่ตี 1 วันที่ 17 มีนาคม ลูกสาวก็เสียชีวิต ซึ่งหมอที่โรงพยาบาลปะคำบอกว่าลูกเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าแค่โดนสุนัขงับเป็นรอยนิดเดียวจะถึงขั้นเสียชีวิต
นางสมยง ยังบอกอีกว่า อยากให้กรณีของลูกสาวเป็นกรณีตัวอย่างแก่ผู้ที่เลี้ยงหมา หรือพ่อแม่ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป หากสัมผัสน้ำลาย ถูกสุนัข แมว กัด หรือข่วน ไม่ควรจะชะล่าใจ ควรจะรีบล้างทำความสะอาด และรีบไปหาหมอเพื่อรับการฉีดวัคซีนทันที หากประมาทล่าช้าอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้