เนชั่นทีวี

ข่าว

"ชมรมคนรักเสือดำกาญจนบุรี" รณรงค์หยุดล่า

18 มี.ค. 2561 |

"ชมรมคนรักเสือดำกาญจนบุรี" รณรงค์หยุดล่า

นักกฎหมาย ม.สงขลานครินทร์ พร้อม ปธ.ครูแห่งประเทศไทย ลุย จ.กาญจน์ รณรงค์ หยุดล่าเสือดำ พร้อมแถลงข่าวร่วม "ชมรมคนรักเสือดำกาญจนบุรี" ส่วนนายกเล็กพนมทวน เปรียบสุดเจ็บ ใครทำร้าย เสือดำ กับ ตัววรนุช (ตั้วเหี้ย)มีโทษเท่ากัน วอนรัฐบาลแก้กฎหมายให้สอดคล้องตามจริง

 เมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ 17 มี.ค.61 ที่ชมรมคนรักเสือดำกาญจนบุรี เลขที่ 111 หมู่ 6 ต.ดอนตาเพชร อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี นายสมชาย พรหมชนะ ประธานชมรมคนรักเสือดำกาญจนบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นายสมศักดิ์ พนมชัยสว่าง นายกเทศมนตรีตำบลพนมทวน และ นายอภิรักษ์ คชนา นายก อบต.ดอนตาเพชร อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี จัดเวธีแถลงข่าวรณรงค์ห้ามล่าสัตว์ป่าทุกชนิด เนื่องจากที่ผ่านมามีกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ นำอาวุธปืนเข้าไปล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง คือเสือดำ ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ตามที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้


 ซึ่งการแถลงข่าวในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก ดร.ธวัชชัย พิกุลแก้ว ประธานชมรมเพื่อนครูแห่งประเทศไทย นายกสมาคมศึกษาธิการแห่งประเทศไทย และอาจารย์ ดร.มานพ พรหมชนะ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในฐานะที่ปรึกษาชมรมคนรักเสือดำกาญจนบุรี เข้าร่วม นอกจากนี้ยังมีเด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ เป็นจำนวนมาก พร้อมใจกันสวมเสื้อชมรมคนรักเสือดำ ที่มีสัญลักษณ์ของเสือดำ เข้าร่วมรณรงค์อีกด้วย ซึ่งการแถลงข่าวใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงแล้วเสร็จ โดยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทุกแขนง


ทั้งนี้นายสมชาย พรหมชนะ ประธานชมรมคนรักเสือดำกาญจนบุรี เปิดเผยว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เราจะไม่พูดถึงเรื่องคดีความของกลุ่มผู้กระผิดที่ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เนื่องจากขณะนี้คดีเข้าสู่กระบวรการของศาลแล้ว ดังนั้นเราจึงจะไม่ก้าวล่วง


 แต่การแถลงข่าวเรามีวัตถุประสงค์ที่แท้จริง 7 ประการ คือ 1. เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่เป็นสมบัติของชาติและของโลก 2. สร้างความตระหนักและจิตสำนึกในการรักษาคุ้มครองสัตว์ป่าให้คงอยู่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติสืบต่อไป 3. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4. เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนในชาติได้เกิดแนวความคิดในการอนุรักษ์ธรรมชาติ


 5. เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 6. เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนัก ในการรักษาป่าและสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเพื่อสงวนให้อนุชนรุ่นหลัง และ 7. ให้ความร่วมมือ ส่งเสริม สนับสนุน การคุ้มครองป่าและสัตว์ป่าตามที่องค์กรต่างๆให้การสนับสนุน รวมถึงการยกย่องเชิดชูผู้ที่ทำประโยชน์ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


 โดยวันที่ 7 เม.ย.61 นี้ ทางชมรมคนรักเสือดำกาญจนบุรี จะทำบุญให้กับเสือดำตัวที่ตายไป และจะดำเนินการเตรียมสร้างอนุสาวรีย์รูปปั้นเสือดำ เพื่อนำไปตั้งไว้ให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับชนรุ่นหลัง ที่บริเวณจุดที่เสือดำถูกล่าจนเสียชีวิตภายในเขตรักษาพันสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ และหลังจากนี้ทางชมรมจะยื่นเรื่องขออนุญาตไปยังกรมอุทยานฯ หากกรมอุทยานฯอนุญาต ทางชมรมฯจะได้เชิญชวน นิสิต นักศึกษา สหภาพแรงงาน และประชาชนทั้งจังหวัดกาญจนบุรี และทั่วประเทศ และนอกจากนี้ในวันดังกล่าว ขอรณรงค์ให้ประชาชนคนไทยทุกภาคส่วน พร้อมใจกันสวมเสื้อรณรงค์ต่อต้านการล่าสัตว์ป่า และการทารุณกรรมสัตว์ อย่างพร้อมเพรียงกัน

 ด้าน อ.ดร.มานพ พรหมชนะ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวว่า ก็อยากจะฝากว่าที่จริงแล้วนักกฎหมายทุกคนก็จะทราบดีว่ากฎหมายนั้นจะต้องมีการเท่าเทียมกับทุกคน ดังนั้นการจะบังคับใช้กฎหมาย จะเลือกปฏิบัติคนจนคนรวยไม่ได้ ดังนั้นผมจึงมองว่าก็ควรจะใช้กฎหมายให้เสมอภาคเท่าเทียมกัน หรือว่าทุกคนจะต้องมีความเท่าเทียมกันต่อหน้ากฎหมาย


ผู้สื่อข่าวถามว่า กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของสัตว์ที่มันหล้าสมัยไปแล้ว สมควรจะแก้ไขอย่างไรบ้า/////อ.ดร.มานพ ตอบว่า ในฐานะที่ผมอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ฯ ตรวจสอบเบื้องต้นมีกฎหมายที่บังคับใช้อยู่กว่า 800 ฉบับ ใน 800 กว่าฉบับมีอยู่เป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้มีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมให้ทันสมัยขึ้นเช่นพระราชบัญญัติสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า ของไทยเรามีมาตั้งแต่ พ.ศ.2503 ซึ่งผ่านมากว่า 60 ปีแล้ว


ซึ่ง พ.ร.บ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่าหายาก เช่นเสือดำ ต้องได้รับการปกป้องและคุ้มครองมากกว่านี้ และจะต้องมีบทลงโทษที่หนักกว่า ความจริงสัตว์ทุกชนิดก็มีความสำคัญเท่าๆกัน แต่สัตว์ป่าบางชนิดจะต้องมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่า เพราะอนาคตข้างหน้าอาจจะไม่มีให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็นและได้ศึกษาอีกต่อไป


ด้าน ดร.ธวัชชัย พิกุลแก้ว ประธานชมรมเพื่อนครูแห่งประเทศไทย นายกสมาคมศึกษาธิการแห่งประเทศไทย กล่าวว่าเรื่องเสือดำเป็นการจุดประกายขึ้นมาเป็นอย่างยิ่ง อย่างที่ อาจารย์ ดร.มานพ พรหมชนะ พูดว่ากฎหมายจะต้องมีความเท่าเทียมกัน ผมก็ให้ข้อคิดว่า ขณะนี้เรื่องคดีก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วเราจะไม่พูดถึงเรื่องคดี แต่ก็ฝากไปว่าอย่าละเว้นการปฏิบัติ ต้องให้ความเสมอภาคทางด้านกฎหมายเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ


เพราะฉะนั้นถ้านักเรียนนักศึกษาที่จะเรียนเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและคุ้มครองสัตว์ป่า ซึ่งที่จริงมันเป็นหลักสูตรที่ไม่ตายตัว ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แน่นอนไปเลยว่า การเรียนมันมีกี่หน่วยกิจ มีกี่ภาคเรียน และจะต้องสอนกันมาตั้งแต่รุ่นเด็กเล็กไปจนถูกคนโต คือเด็กเล็กจะต้องสอนให้เขารู้จักปลูกฝังให้เขารู้ว่า นี่คือเสือดำ นี่คือเสือดาว เป็นต้น เมื่อเขาโตขึ้นจะต้องให้เขารู้จักการป้องกัน การป้องกันก็คือจะป้องกันอย่างไรไม่ให้เสือเหล่านี้ถูกล่า


 หรือหากรู้ว่าใครล่าจะต้องแจ้งไปที่ใด ซึ่งถ้าเราช่วยกันปลูกฝังเด็กและเยาวชนมาตั้งแต่เล็ก เชื่อว่าโอกาสที่การคุ้มครองสัตว์ป่า จะยั่งยืนอย่างแน่นอน อีกประเด็นก็คือจะต้องปลูกฝังให้เขามีจิตใจเป็นคนรักสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ป่า ซึ่งผู้ปกครองก็สำคัญ จะต้องปลูกฝังให้บุตรหลานรักสัตว์ตั้งแต่เป็นเด็ก ซึ่งหลักสูตรการเรียนการสอนก็สำคัญ เพราะปัจจุบันหลักสุตการเรียนจะไม่ได้เน้นเรื่องทรัพยากรสักเท่าไหร่ ซึ่งส่วนใหญ่จะไปเน้นเรื่องวิชาการ ดังนั้นผมจึงอยากให้รัฐบาล เปิดหลักสูตรเน้นในเรื่องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่านี้นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก


 ส่วนนายสมศักดิ์ พนมชัยสว่าง นายกเทศมนตรีตำบลพนมทวน แถลงข่าวเอาไว้ตอนหนึ่งว่า วันนี้เรามาคุยกันเรื่องเสือดำ เพราะว่านายสมชาย ประธานชมรมฯกลัวว่าเสือดำจะหมดจากป่า ซึ่งตามธรรมชาติของเสือดำจะอยู่ในป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่อยู่ในซีกภาคตะวันตกของไทย เช่นป่ากุยบุรี ประจวบฯ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแก่งกระจาน และพื้นที่กาญจนบุรี มีอยู่รวมกันประมาณ 500 ตัว สำหรับเสือดำกับเสือดาว เป็นสัตว์ตระกูลเดียวกัน เพียงแต่ว่าเสือดำมันผิดแปลกตรงที่ว่าเลือดเม็ดสีมันเปลี่ยนไปก็เลยกลายเป็นเสือดำ


 สำหรับจำนวนเสือดำที่มีอยู่นั้นถือว่าไม่มาก ซึ่งตนก็รู้สึกเป็นห่วงเช่นกัน ซึ่งเสือดำนั้นเป็นสัตว์คุ้มครอง หากใครล่าและถูกจับก็ถูกดำเนินคดีคือจำคุกเพียงแค่ 4 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท ถามว่าทุกคนรู้จักตัวเงินตัวทอง หรือตัว (เหี๊ย) หรือตัววรนุช หรือไม่ ซึ่งสัตว์ชนิดนี้ก็เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองเช่นกัน หากใครทำผิดก็จะถูกลงโทษจำคุก 4 ปี เช่นเดียวกันกับเสือดำ ซึ่งตัวเงินตัวทองจะต้องไล่จับนำไปปล่อยที่ป่า ต่างจากเสือดำเป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ก็อยากให้รัฐบาลนี้เปลี่ยนกฎหมายใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง

ข่าวล่าสุด