พลเอก ธารไชยยันต์ เปิดเผยเรื่องนี้ภายหลังร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนากองบัญชาการกองทัพไทย ครบ 58 ปี ว่า เมื่อวานมีการประชุม "คณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-มาเลเซีย" หรือ "จีบีซี" และได้หารือในหลายประเด็นที่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม โดยจะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ร่วมกัน ในเรื่องที่เป็นปัญหาระหว่างกันทั้งหมด ส่วนการแลกเปลี่ยนข้อมูลกลุ่มก่อการร้ายไอเอสนั้น ไทยมีการแลกเปลี่ยนข่าวกรองด้านอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงเรื่องปัญหายาเสพติด และการค้ามนุษย์กับมาเลเซียอยู่แล้ว
เช่นเดียวกับการแก้ปัญหาบุคคล 2 สัญชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เริ่มมีการพูดคุยกัน โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. จะเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำ MOU ร่วมกัน และหาแนวทางที่ชัดเจนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน
สำหรับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ซึ่งรัฐบาลไทยเปิดโต๊ะพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐที่ใช้ชื่อว่า "มารา ปาตานี" ซึ่งก่อนหน้านี้ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการจัดตั้ง "พื้นที่ปลอดภัยนำร่องอำเภอแรก" และจะมีการเปิด "ศูนย์ประสานงาน" หรือ "เซฟเฮาส์" เพื่อให้คณะทำงานทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ "ล่าความจริง" เคยนำเสนอไปเป็นสื่อแรกว่าจะใช้อาคารสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานีหลัฃงเก่า เป็น "เซฟเฮาส์"
วันนี้ นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ได้เรียกประชุมคณะกรรมการและที่ปรึกษา เพื่อชี้แจงแนวทางการทำงาน โดยสถานที่ที่จะเปิดเป็น "เซฟเฮาส์" หรือ "ศูนย์ประสานงาน" นั้น นอกจากจะใช้เป็นสถานที่ทำงานของคณะพูดคุยทั้งสองฝ่ายแล้ว ยังจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยของ "ผู้ได้รับสิทธิ์การพักโทษ" (หมายถึงผู้ที่ถูกดำเนินคดีความมั่นคง และศาลมีคำพิพากษาแล้ว แต่ได้รับการพักโทษตามเงื่อนไขที่กำหนด) ซึ่งคนกลุ่มนี้บางคนอาจยังไม่กล้ากลับพื้นที่ ก็จะให้อาศัยอยู่ที่นี่ก่อน ถือเป็นโครงการนำร่องที่ต่อไปจะทำทั้งสามจังหวัด
เรื่องกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ช่วงนี้มีข่าวยุ่งๆ ออกมาเหมือนกัน โดยเมื่อวาน พลเอกอักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าการทำงาน และมีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า "ตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐได้ใช้ความรุนแรงมาอย่างต่อเนื่อง ก็เพราะเขาอยากจะคุย จึงใช้ความรุนแรงเป็นเงื่อนไขยื่นข้อเสนอต่อรองรัฐบาล โดยได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานที่แอบติดต่อผ่านตัวแทนแหล่งข่าวและมีแนวร่วมในพื้นที่ให้การสนับสนุนช่วยกันสร้างความรุนแรงแบบป่วนเมือง ขยายความขัดแย้งไปทั่วจังหวัดชายแดนภาคใต้"
ข้อความนี้ทำให้มีสื่อบางแขนงนำไปเสนอข่าวว่า พลเอกอักษรา ตำหนิเจ้าหน้าที่รัฐที่มีบทบาทสนับสนุนโจรให้ก่อความรุนแรงเสียเอง ซึ่งล่าสุดวันนี้ พลเอกอักษรา ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ไม่ได้มีเจตนาตามที่เป็นข่าว เพราะเนื้อหาในส่วนนี้เป็นการพูดถึงปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ทำให้การแก้ปัญหาชายแดนใต้ไม่มีความคืบหน้า