จากการสอบถามนายจตุรพร อักษรศรี อายุ 40 ปี คนดูแลอพาร์ทเม้นท์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้ามืดขณะที่ตนตื่นนอน ก็ได้เปิดโทรศัพท์มือถือตรวจดูภาพกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เช่าห้องในอพาร์ทเม้นท์ ระหว่างที่เปิดดูอยู่นั้น จู่ ๆ ก็ได้สังเกตเห็นว่านายกฤษดาได้เดินเข้าไปบริเวณด้านหน้าห้องที่ทำไว้เป็นสำนักงานฯติดต่อสอบถามของอพาร์ทเม้นท์และมีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญตั้งอยู่ ตอนแรกก็คิดว่าจะเอาไปซัก แต่สังเกตดี ๆ แล้วไม่ใช่ เพราะไม่มีถือผ้ามา และบริเวณที่นายกฤษดายืนอยู่นั้นเป็นบริเวณประตูทางเข้าห้องสำนักงานฯ ตนจึงได้ตัดสินใจเดินลงมาดู ก็มาพบว่านายกฤษดานั้นได้เดินออกจากด้านหน้าและอ้อมไปด้านหลัง พยายามจะไปงัดหรือเปิดประตูร้านขายยาที่เช่าอยู่ชั้นล่างสุด ตนจึงได้โทรแจ้งให้เจ้าของร้านทราบและช่วยกันควบคุมตัวไว้
นายจตุรพร กล่าวต่อว่า สำหรับนายกฤษดานั้น ได้มาติดต่อขอเช่าห้องพักที่อพาร์ทเม้นท์ไว้เมื่อช่วงต้นเดือน ยังอยู่ไม่ครบเดือนก็มาก่อเหตุ ซึ่งจริง ๆ ก่อนหน้านี้ที่ร้านขายยาที่เช่าอยู่ด้านล่างนั้น ก็ได้เคยเกิดเหตุเงินหายไปแล้วจำนวน 5,800 บาท ซึ่งทางเจ้าของได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอ่างทอง ซึ่งพอตนถามนายกฤษดาว่าในครั้งก่อนได้ไปก่อเหตุเข้าไปขโมยเงินร้านขายยาหรือไม่ นายกฤษดาก็ยอมรับสารภาพว่าใช่และครั้งนี้ก็เช่นกันยอมรับว่าจะพยายามเข้าไปขโมยเงิน
ด้านนายวีรยุทธ ใจวงษ์ อายุ 29 ปี คนดูแลร้านขายยากล่าวว่า ตนมีหน้าที่ดูแลร้านขายยาดังกล่าว ซึ่งมาเช่าห้องพักที่นี่ขายยาอยู่นานแล้ว เมื่อช่วงเช้าขณะที่ตนนอนพักอยู่ นายจตุรพรคนดูแลอพาร์ทเม้นท์ได้โทรมาบอกว่ามีคนร้ายพยายามจะเข้าไปขโมยของในร้านของตน ตนจึงได้ออกมาดูและช่วยกันควบคุมตัวไว้ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายกฤษดามาส่งให้ ร.ต.อ.สิริชัย สีนิล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองอ่างทอง เพื่อทำการสอบสวน โดยจากการสอบสวนนั้นพบว่านายกฤษดานั้นมีอาชีพรับจ้างทั่วไป มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ อ.ไชโย จ.อ่างทอง มีประวัติพัวพันกับยาเสพติด และเคยติดคุกในคดีรับซื้อของโจร และเพิ่งพ้นโทษออกจากคุกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งหลังพ้นโทษได้ก็ไม่ได้มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และยังคงยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เมื่อเดือนก่อนได้มาติดต่อเช่าห้องพักที่อพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวเพื่ออยู่อาศัย ก่อนก่อเหตุดังกล่าว
จากการสอบสวนนายกฤษดายอมรับว่าหลังจากที่มาเช่าห้องพักอยู่ ก่อนหน้านี้ก็ได้ก่อเหตุเข้าไปลักทรัพย์ที่ร้านขายยาดังกล่าวจริง โดยตอนนั้นได้ใช้จังหวะที่เจ้าของหลับย่องไปบริเวณหลังห้องพักแล้วใช้มือดันมุ้งลวดเข้ามาเปิดประตูหลัง และค้นได้เงินสดจำนวน 5,800 บาทไป โดยเงินที่ได้ก็นำไปซื้อยาเสพติดและใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนในครั้งนี้ก็ตั้งใจว่าจะมาก่อเหตุอีกครั้ง แต่ถูกจับได้เสียก่อน
ร.ต.อ.สิริชัย กล่าวว่า ถึงแม้ครั้งนี้นายกฤษดาจะยังไม่ทันได้ก่อเหตุลักทรัพย์ แต่นายกฤษดาก็ยอมรับว่าเคยลักทรัพย์มาครั้งก่อน และยอมรับว่ายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติต เบื้องตั้นได้นำตัวนาย กฤษดาส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนำตัวไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ก่อนควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุทางผู้เสียหายมั่นใจว่านายกฤษดาซึ่งไม่ได้มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และจริง ๆ ก็มีบ้านพักอยู่ในเขตจังหวัดอ่างทองอยู่แล้ว สาเหตุที่มาเช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่ อาจตั้งใจเพื่อมาก่อเหตุลักทรัพย์ก็เป็นได้ และหลังจากนำตัวนายกฤษดามายังโรงพักแล้ว นายกฤษดาพยายามพูดคุยกับผู้เสียหารเพื่อนำเงินที่เคยขโมยไปมาคืน แต่ทางผู้เสียหายให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากหากปล่อยไว้เช่นนี้ก็คงไปก่อเหตุแบบนี้อีก และจะทำให้ประชาชนและสังคมเดือดร้อน