เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายชัยทิพย์ กมลพันธุ์ทิพย์(สจ.เส็ง)อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีในข้อพยายามฆ่าและทำให้เสียทรัพย์ก่อนจะนำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านซึ่งยังมีร่อยรอยความเสียหายอยู่ทั้งบ้านนอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนยังไม่ทราบชนิดจำนวน2ปลอกเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบด้วย
โดยนางสาววรกมล เปิดเผยทั้งน้ำตาว่าตนนั้นอยู่กินกับสจ.เส็งซึ่งเป็นอดีตสามีมาหลายปีแต่มาช่วงหลังเกิดมีปากเสียงกันหลายครั้ง และถูกอดีตสามีทำร้ายร่างกายทำให้ตนนั้นทนไม่ไหวจึงขอเลิกได้ประมาณ3เดือนแต่เมื่อช่วงเย็นของวันที่12มี.ค.61ที่ผ่านมาอดีตสามีก็เข้ามาที่บ้านแล้วใช้อาวุธปืนข่มขู่ ก่อนจะด่าทอกล่าวหาว่าตนนั้นมีชายอื่นพร้อมทั้งใช้อาวุธปืนจะยิงตนจึงได้วิ่งหนีออกไปนอกบ้าน ทำให้อดีตสามีนั้นใช้ปืนไล่ยิงตามหลังแต่ไม่ถูกจากนั้นอดีตสามีก็กลับเข้ามาทุบทำลายข้าวของภายในบ้าน พร้อมกับนำเสื้อผ้ารวมทั้งของใช้ส่วนตัวไปเผาทำลายทั้งหมดก่อนจะใช้อาวุธปืนขึ้นฟ้าไปถูกฝ้าเพดานของบ้านจนเป็นรู และยังยิงใส่ฝากระโปรงรถยนต์เก๋งของตนเองจนได้รับความเสียหายพร้อมกับปล่อยลมยางรถเก๋งทั้ง4ล้อโดยมีแม่ของตนเองนั้นเป็นผู้ยกมือไหว้ขอร้องไม่ให้ทำอดีตสามีจึงได้กลับไป
ในช่วงที่เกิดเหตุนั้นตนไม่กล้าไปแจ้งความเพราะกลัวเนื่องจากอดีตสามีนั้นเป็นผู้มีอิทธิพลจึงได้ประสานไปยัง นายทวี ไกรคุปต์อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมให้ช่วยนำไปแจ้งความเนื่องจากเกรงว่าถ้าปล่อยไว้อาจจะไม่มีความปลอดภัยซึ่งตอนนี้ตนกับแม่และหลานพิการอีกคนที่อยู่ในบ้านนั้นกลัวมากและไม่กล้าที่จะอยู่ในบ้านอีกจึงต้องมาแจ้งความเพื่อขอให้ตำรวจช่วยคุ้มครอง และดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์และพยายามฆ่าเรารู้ว่าเราเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไม่สามารถจะไปต่อสู้อะไรเขาได้และเราก็จะไม่ทำร้ายผู้มีพระคุณเพราะถือว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณกับเราแต่ถ้าปล่อยไว้เขาอาจจะกลับมาทำร้ายเราอีก จึงต้องมาแจ้งความดังกล่าว
ด้านพ.ต.อ.นภดลรุ่งสาครผกก.สภ.โพธาราม กล่าวว่า การต้องข้อกล่าวหานั้นในเบื้องต้นต้องสอบปากคำผู้เสียหายก่อนว่าเข้าข่ายในข้อหาใดหรือไม่หลังจากนั้นก็จะทำการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำต่อไป