หลังพบการระบาดหนัก โรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งอันตรายต่อสัตว์ และ มนุษย์ ทำให้กรมปศุสัตว์ต้องประกาศเป็นพื้นที่สีแดงที่พบโรคระบาด 37 จังหวัด ล่าสุด นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสัตว์แพทย์ อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ออกมาแถลงยืนยันถึง สถานการณ์การระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทย และ มาตราการในการควบคุม โดยระบุว่า สถานการณ์ไม่ได้รุนแรงเท่าที่ปีผ่านมา
จากการรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อ และ เสียผู้เสียชีวิตในคน เพียง 4 ราย น้อยกว่าปี 2559 ที่พบผู้เสียชีวิต 13 ราย ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง 12 มีนาคม ปี 2561 ปัจจุบันกรมปศุสัตว์ปนะกาศเขตโรคระบาด ชั่วคราว 37 จังหวัด คงเหลือประกาศ 26 จังหวัด แต่ที่ดูเหมือนสถานการณ์รุนแรง เนื่องจากมีการนำ พ.ร.บ.3 ฉบับ มาตราควบคุมโรค มาบังคับใช้ ทั้ง พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ปี 2558 พ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้าปี 2535 และ พ.ร.บ.ทารุนกรรมสัตว์ มาบังคับใช้ ซึ่งหากพบว่าหากคนตาย หรือ สัตว์ตาย ด้วยพิษสุนัขบ้า ให้มีหารประกาศโรคระบาดได้ทันที มั่นใจว่าสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าจะค่อยๆ ลดลง
อธิบดีกรมปศุสัตว์ ยืนยันด้วยว่า วัคซีนที่จะใช้ในการควบคุมพิษสุนัขบ้ามีเพียงพอ ได้จัดเตรียมวัศซีนของกรมปศุสัตว์ไว้ 1 ล้านโดส ปัจจุบันดำเนินการจัดซื้อวัคซีนแล้ว อยู่ระหว่างส่งมอบภายในเดือนนี้นี้ ยืนยันว่ากระบวนการจัดซื้อวัคซีนท้องถิ่นไม่ได้ล่าช้า โดยมาตราการป้องกันจะเน้นฉีดวัคซีน สุนัข แมวจรจัด เป็นอันดับแรก มาตราการป้องกันและควบคุมได้แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกัน และ ควบคุม ระดับจังหวัดและอำเภอ กำหนดแผนการฉีดวัคซีน เป้าหมายในปี2561 ที่ผ่านมาดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า 932,807ตัว ตั้งแต่มีนาคม ถึง พฤษภาคม 2561 คาดว่าจะได้จำนวน5-6ล้านตัว และ ครบ 10 ล้านตัวภายในเดือนกันยายน2561
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ทักท้วงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ในการจัดหาวัคซีนเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ในช่วงปลายปี 2557 ทำให้การฉีดวัคซีนต้องหยุดชะงัก จนทำใหระบาดหนักเรื่องนี้เป็นความเข้าใจที่คาดเคลื่อนและไม่มีหลักฐาน ยืนยันว่าวัคซีนที่นำมาฉีดมีคุณภาพ