เนชั่นทีวี

ข่าว

ปชช.รวมตัวฟ้อง "ศาลพระพรหม" ทวงคืนความยุติธรรมให้ "เสือดำ"

12 มี.ค. 2561 |

ปชช.รวมตัวฟ้อง "ศาลพระพรหม" ทวงคืนความยุติธรรมให้ "เสือดำ"

เชียงใหม่-ประชาชนเชียงใหม่รวมตัวฟ้องศาลพระพรหม หวังดลบันดาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทวงคืนความยุติธรรมให้เสือดำ พร้อมยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ อย่างตรงไปตรงมา บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม



เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 12 มีนาคม ที่หน้าศาลพระพรหม บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชาชนชาวเชียงใหม่ ได้นัดรวมตัวกันผ่านเครือข่ายโซเชียลมีเดีย เพื่อออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเสือดำโดยได้นำดอกไม้และธูปเทียนมากราบไหว้ศาลพระพรหม เพื่อส่งสารผ่านไปยังรัฐบาล และ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งนี้ได้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ให้ภาคประชาชนฟ้องศาลพระภูมิ กรณีการดำเนินคดีกับนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลี่ยนไทย จำกัด (มหาชน) และพวก ที่เข้าไปล่าและยิงเสือดำในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

หลังทำพิธีจุดธูปจำนวน 16 ดอก เพื่อบูชาศาลพระพรหมแล้ว นางนลิน อินทรนันท์ เป็นตัวแทนกล่าวคำไหว้สาศาลพระพรหม ว่า"ภาคประชาชนรู้สึกสิ้นหวังที่จะพึ่งพามนุษย์ที่จะให้ความยุติธรรมต่อสังคม อย่างเช่นกรณีของเสือดำในป่าที่ถูกฆ่าตายอย่างทารุณโดยคนใจร้าย อันเป็นความผิดที่ร้ายแรง แต่ผู้รักษาสันติราษฎร์กลับแสดงท่าที่ไม่ให้ความสนใจกับความผิดนั้น ทั้งยังส่อท่าทีปกป้องผู้กระทำผิด จึงขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ปกป้ององค์กรนี้ได้ดลบันดาลได้ดลบันดาลให้เกิดความถูกต้อง"

จากนั้นได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไว้อาลัยให้เสือดำที่โดนฆ่าอย่างทารุณ ก่อนจะเดินทางไปยัง อาคารอำนวยการเพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้องของภาคประชาชนต่อกรณีเสือดำ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถึงนายกรัฐมนตรี โดยมีนายบุรินทร์ ใจจนะ ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวแทนรับหนังสือจากนายอนุชาติ ธนันชาติ นักวิชาการอิสระ และนักอนุรักษ์

โดยในหนังสือมีเนื้อหาว่า "กรณีมีกลุ่มบุคคลเดินทางเข้าไปในอุทยานแห่งชาติทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และได้ฆ่าเสือดำและสัตว์ป่าอื่น ๆ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่าง ๆ นั้น ได้สร้างความตระหนกแก่ประชาชนโดยทั่วไป เนื่องจากเสือดำเป็นสัตว์ป่าสงวนคุ้มครองของประเทศไทย และถูกฆ่าตายด้วยกลุ่มบุคคลซึ่งอ้างว่าเดินทางเข้าเขตอุทยานเพื่อการท่องเที่ยว ทำให้ประชาชนตื่นตัวและตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการหวงแหนและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบกับการดำเนินการต่อผู้กระทำความผิดเป็นไปอย่างล่าช้า ทั้งที่หลักฐานการทำความผิดชัดแจ้ง สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมาย ของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

การชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชนก็เป็นไปอย่างไม่เหมาะสม ทั้งที่รัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานภาครัฐมีหน้าที่ต้องชี้แจง หรือสร้างการรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในทุกประเด็น แต่กรณีนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว โดยเฉพาะพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่ ต้องกำกับดูแลให้หน่วยงานปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล แต่ท่าทีที่ปรากฎตามสื่อมักแสดงความไม่เป็นมิตร ไม่มีความจริงใจ จริงจังต่อการชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริง อีกทั้งการปฏิบัติต่อกระทำผิดก็เป็นไปคนละทิศละทางกับกรมอุทยานสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และเคลือบแคลงต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ กลุ่มภาคประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ อย่างตรงไปตรงมา มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมเสมอภาค รวมทั้งการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเพื่อชำระระบบอุปถัมภ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ

ทางกลุ่มฯ ขอสนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรีดำเนินการอย่างเฉียบขาดเสมอหน้า ไม่เลือกชั้นวรรณะ ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่หมักหมมในสังคมไทยมานานและยังไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลง

ข่าวล่าสุด