เนชั่นทีวี

ข่าว

เร่ง ตร.ดำเนินคดี "แชร์บ้าน ออมเงิน ออมทอง" พบยังสร้างกลุ่มไลน์ใหม่ หลอกต่อเนื่อง

12 มี.ค. 2561 | nation_ent

เร่ง ตร.ดำเนินคดี
"แชร์บ้าน ออมเงิน ออมทอง"  
พบยังสร้างกลุ่มไลน์ใหม่
หลอกต่อเนื่อง

ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่-พร้อมผู้เสียหาย ตามคืบหน้าคดี"แชร์บ้าน ออมเงิน ออมทอง" เร่งตำรวจดำเนินคดี พบยังสร้างกลุ่มไลน์ใหม่หลอกต่อเนื่อง

สืบเนื่องจากกรณีที่มีผู้เสียหาย 10 คน จาก 200 คนซึ่งเป็นผู้เสียหายรายใหม่ของแชร์ออนไลน์บ้านรัดดา มีมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท เดินทางมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อให้ดำเนินคดีกับเท้าแชร์บ้านรัดดา หลังเมื่อช่วงเดือนส.ค.2559 ได้รับการชักชวนทางเฟซบุ๊ก เล่นแชร์ 13 มือ โดยงวดแรกๆ มีการจ่ายเงินปันผลจริง แต่เมื่อ พ.ย.60 เฟซบุ๊กก็ปิดไปตามตัวเท้าแชร์จึงรวมตัวมาแจ้งความเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 61 นั้น


ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 มีนาคม นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย นำตัวแทนผู้เสียหาย 6 คน ที่ถูกชักชวนให้เล่นแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ เข้าติดตามความคืบหน้าในคดีแชร์บ้านรัดดา ออมเงิน ออมทอง และเพื่อให้ดำเนินคดีกับน.ส.อนุสรา ภิรมย์ไกรภักดิ์ อายุ 32 ปี ท้าวแชร์ที่เปิดกลุ่มไลน์ ใช้ชื่อว่า "บ้านส้ม" ซึ่งเป็นผู้เสียหายกลุ่มใหม่ที่หลงเชื่อ จนมีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก


นายสามารถ กล่าวว่า ตนนำผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงรูปแบบจะออนไลน์หรือชักชวนให้ร่วมลงทุนบ้านส้มกินดอก ซึ่งมีการถูกหลอกลวงในพื้นที่ บก.น.4 ไม่ว่าจะเป็นสน.บางชัน สน.ลาดพร้าว สน.ประเวศ และสน.อุดมสุข ทั้งนี้ยังมาติดตามกรณีบ้านรัดดา ออมเงินออมทอง ที่มีการแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี 61 สำหรับกรณีบ้านส้มกินดอก จากการตรวจสอบพบว่ามีการชักชวนกันผ่านแอปพิเคชั่นไลน์ โดยมีการทำเป็นขบวนการมีเลขากลุ่ม มีหน้าม้า มีคนคอยชี้แจงรายละเอียดและผลตอบแทนต่างๆ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็ไม่ได้มีการจ่ายตามที่กล่าวอ้าง ก่อนปิดกลุ่มหนีสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก เมื่อเข้าแจ้งความกับท้องที่ ตำรวจกลับตีเป็นคดีแพ่งทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม ในกรณีบ้านส้มกินดอก พบว่ามีการเปิดหลายกลุ่มคาดว่าน่าจะมีผู้เสียหายจำนวนมากและมูลค่าความเสียหายน่าจะอยู่ประมาณ 30 ล้านบาท ส่วนกรณีบ้านรัดดา มีผู้เสียหาย 8 รายที่เข้าแจ้งความไว้ความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาท การกระทำเช่นนี้ทำให้เห็นผู้ก่อเหตุยังคงมีการหลอกลวงอยู่อย่างต่อเนื่องโดยมีการสร้างโปรไฟล์ใหม่ เปิดกลุ่มไลน์ใหม่ แต่กลับไม่ถูกดำเนินคดี


นายสามารถ กล่าวว่า อยากให้ตำรวจดำเนินคดีกับท้าวแชร์โดยเร็วที่สุด และดำเนินคดีในข้อหาผิดพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เนื่องจากท้าวแชร์ทั้ง 2 บ้านก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายมานาน และเกรงว่าท้าวแชร์จะหลบหนี จึงอยากให้ตำรวจเร่งดำเนินการ


ด้านน.ส.ธัชพัณณ์ วรโรจน์ญานนท์ อายุ 39 ปี พนักงานบริษัท เปิดเผยว่า ตนได้รับการเชิญให้เข้ากลุ่มไลน์ บ้านส้ม กินดอก ร่วมลงทุนแล้วจะได้ดอกพิเศษ และหากลงทุนตามจำนวนที่กำหนดก็จะได้ทองคำเป็นโบนัส ต่อมามีคนชื่อส้ม ทักมาส่วนตัวเพื่อชี้แจงขั้นตอนการลงทุน และโน้มน้าวต่างๆนานๆ ทำให้ตนหลงเชื่อร่วมลงทุนไปกว่า 2 แสนบาท และมารู้ตัวว่าถูกหลอกเมื่อถึงกำหนดจะจ่ายดอกกลับไม่มีเงินเข้าบัญชี เมื่อสอบถามกลับ ก็ได้รับคำตอบว่าตอนนี้มีการบริหารผิดพลาดจะทะยอยคืนเงินที่ลงทุนไปให้ และได้คืนครั้งละ 500 -1000 บาทเท่านั้น ตนมองว่าเวลาเราโอนให้เขาไปเป็นก้อน แต่กลับได้คืนเป็นเบี้ยหัวแตก ซึ่งไม่ยุติธรรมกันตนเอง หลังจากนั้นมาก็ไม่สามารถติดต่อท้าวแชร์ได้อีกเลย จึงตัดสินใจรวมตัวกับผู้เสียหายรายอื่นๆ เข้าแจ้งความ


ขณะที่พ.ต.อ.ภาคภูม พูลศิริโภคา ผกก.(สอบสวน) บก.น.4 กล่าวว่า กรณีที่มีการแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้ในกรณีบ้านรัดดา ออมเงินออมทอง ทั้ง 3 คดีนั้นยืนยันว่าตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามที่ได้รับแจ้ง ซึ่งหากพยานหลักฐานเพียงพอ จะดำเนินการออกหมายจับท้าวแชร์บ้านรัดดาโดยเร็วที่สุด ในส่วนแชร์บ้านส้ม ที่จะมีการมาแจ้งความนั้นในเบื้องต้นขอสอบปากคำผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานก่อนหากพบว่าเข้าข้อกฏหมายสามารถดำเนินคดีได้ก็จะเร่งดำเนินการให้

ข่าวล่าสุด