เนชั่นทีวี

ข่าว

"สองเจ๊" ผวาถูกบุกจับ ร้องศาลอาญา สั่ง ตร.ออกหมายเรียก

08 มี.ค. 2561 | wanchat

"สองเจ๊" ผวาถูกบุกจับ ร้องศาลอาญา สั่ง ตร.ออกหมายเรียก

ความคืบหน้าคดีหวยอลวน 30 ล้านบาท ตอนนี้มี 2 ประเด็นที่ต้องติดตาม คือเรื่องการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 2 คนที่เกี่ยวข้องกับการตกหวยซึ่งเป็นชาวบ้าน ส่วนอีกเรื่องคือการดำเนินคดีกับบิ๊กตำรวจเมืองกาญจน์ที่อาจจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบิดสำนวนคดี ทั้ง 2 คดีนี้ ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้นัดแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดบ่ายวันที่ 9 มีนาคมนี้สำหรับคนที่คาดว่าจะถูกออกหมายจับก็คือเจ๊เกียว และเจ๊พัช พยานฝ่ายครูปรีชา วันนี้ได้เดินทางไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจกองปราบ และยังไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมที่ศาลอาญา ขอให้ตำรวจออกหมายเรียกก่อนออกหมายจับ เหมือนกับตอนที่ไปจับครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่น

นางปณัญชยา สุขผล หรือ เจ๊เกียว และ นางสาว พัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช สองแม่ค้าสลากกินแบ่งรับบาลที่ตลาดเรดซิตี้ และพยานฝั่งครูปรีชา เดินทางมาให้ปากคำกับตำรวจกองปราบเพิ่มเติม โดย เจ๊เกียว ยังยืนยันไม่กลับคำให้การ ยังเป็นพยานฝั่งครูปรีชาเหมือนเดิม ขอให้ไปรอดูผลในชั้นศาล ในวันที่ศาลตัดสินจากนั้นทั้งคู่เดินทางไปที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กรณีที่ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง พลตำรวจโท ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ บอกว่าจะยื่นขอหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 2 คน ในข้อหาให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน /เนื้อหาคำร้องสรุปว่า ทั้งสองคนยืนยันว่าได้ให้การกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ไปตามข้อเท็จจริง ขณะที่ยังให้ความร่วมมือในการสอบสวนเป็นอย่างดี ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และมีอาชีพค้าขายเป็นหลักแหล่ง หากมีการขอหมายจับจริง ก็ขอให้ศาลสั่งให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกก่อนเห็นภาพตอนที่ตำรวจกองปราบยกกำลังไปจับ ครูปรีชา เรียกว่าเอากำลังไปจำนวนมากบุกจับถึงในโรงเรียนเลยทีเดียว / ในคำร้องของเจ๊เกียวเจ๊พัช บอกว่า การทำแบบนี้สร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชน เป็นการคุกคามการดำเนินชีวิตของประชาชน จึงมาร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาผบช.ก. ให้โอกาส "สองเจ๊" ทบทวนคำให้การ

ทางด้าน ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พลตำรวจโทฐิติราช บอก ว่า ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคำให้การ จึงอยากให้โอกาสพยานฝ่ายครูปรีชา คิดทบทวนว่า คิดและจำอะไรผิดพลาดไปหรือไม่ ให้การเท็จโดยตั้งใจหรือไม่ ยังให้เวลาคิดทบทวนเรื่องต่างๆให้ เคยให้โอกาสและพยายามทักท้วงไปแล้ว เพราะสิ่งที่ทำนั้นทำให้คนอื่นเดือดร้อน "ยืนยันภายในสัปดาห์หน้าคดีนี้ต้องจบทุกกระบวนการ และจะต้องสรุปสำนวนการสอบสวนให้แล้วเสร็จ แล้วส่งฟ้องต่ออัยการทันก่อนครบกำหนดการฝากขังผู้ต้องหาในครั้งที่ 2 คือวันที่ 14 มีนาคม อย่างนี้แน่นอน


ปปป. เรียก "ผู้การฯสุทธิ" รับทราบข้อหา 157 พรุ่งนี้

ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ในความผิดตามมาตรา 157 ปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ เนื่องจากเข้าไปแก้ไขสำนวน เมื่อวานนี้ผู้การฯกองปราบปราม ได้เข้าแจ้งความกับ ผู้การฯตำรวจ ปปป. ไปแล้ว ล่าสุดวันนี้มีการเรียก 2 นายตำรวจ สภ.เมืองกาญจน์ ซึ่งเจ้าของสำนวนชุดแรกเข้าให้การและได้กันไว้เป็นพยานเมื่อเช้านี้ ผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ พลตำรวจตรี กมล เหรียญราชา และพนักงานสอบสวนจาก ปปป. กองปราบ และสอบสวนกลาง ร่วมกันสอบปากคำ พันตำรวจโท ชูวิทย์ เจริญนาค รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี และ ร้อยตำรวจเอก จิรยุทธ์ ชัชรินทร์กุล รองสารวัตร มาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนที่จะมีการเรียก ผู้บังคับการจังหวัดการญจนบุรี สุทธิ พวงพิกุล เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157

พลตำรวจตรี กมล บอกว่า ตำรวจสองนายนี้คือผู้ที่รู้เห็นการกระทำความผิด จึงมีความจำเป็นต้องกันไว้เป็นพยาน เพื่อเอาผิดกับตัวการสำคัญ จากการสอบปากคำพยานทั้งสองคนยอมรับว่า มีการแก้เอกสารสำนวนการสอบสวนของ สภ.กาญจนบุรี ทั้งแผ่น แต่ได้ทำลายเอกสารไปแล้ว แต่คำให้การเดิมนั้นอาจจะถูกบันทึกยังอยู่ในคอมพิวเตอร์ จึงต้องรอผลการตรวจสอบว่า จะสามารถกู้ไฟล์ได้หรือไม่ ขณะเดียวกันยังต้องรอผลตรวจพิสูจน์คอมพิวเตอร์ และการตรวจสอบลายมือการขีดค่า จากกองพิสูจน์หลักฐานกลางด้วย

แต่แม้ขณะนี้จะมีเพียงพยานบุคคล แต่ก็เพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาตาม มาตรา 157 กับผู้การฯสุทธิ ได้ โดยจะเรียกมารับทราบข้อหาในวันพรุ่งนี้
"ครูปรีชา" ทำแฮตทริค หลบหน้าสื่อ 3 วันติด

ส่วนความเคลื่อนไหวทางฝั่งครูปรีชา หลังจากที่ไม่คุยกับนักข่าวมา 2 วัน อย่างที่เห็นเมื่อวานถึงกับเอาถุงกระดาษปิดหน้า ที่นักข่าวไปรอสัมภาษณ์เพราะอย่างให้ครูปรีชาได้ชี้แจงบ้าง อยากฟังเสียงครูปรีชา วันนี้ก็เช่นกันครูปรีชา ขับรถกระบะออกจากบ้านโดยยังไม่ยอมคุยกับสื่อเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้ว

เมื่อเช้านี้ ครูปรีชา ออกมาจากตัวบ้าน แล้วเดินไปหยิบกุญแจรถกระบะที่แขวนเอาไว้ที่เสาโรงจอดรถ ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวได้พยายามเรียกชื่อครูปรีชา เพื่อขอสัมภาษณ์ แต่ก็มีเสียงตอบจากครูปรีชา ไม่ตอบคำถามไม่พอ นักข่าวในพื้นที่บอกว่า ครูปรีชา ไม่ยอมหันหน้ามามองสื่อมวลชนเลย ครูปรีชาเอาแต่ก้มหน้าก้มตา เดินไปขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่ด้านในสุดแล้วสตาร์ทเครื่องรถ จากนั้นพี่สาวของครูปรีชา ได้มาเปิดประตูให้ ครูปรีชาจึงได้ขับรถออกมาแล้วเลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทางท้ายซอยอย่างรวดเร็วทันที

ข่าวล่าสุด