เมื่อวันที่ 7 มี.ค.61 พ.ต.ท.ไชยา แก้วยก สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้เรียกตัวนายพลายนวนประโคนอายุ63ปี คนขับรถสองแถวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมือง โดยนายพลาย ให้การว่าพึ่งมาทราบทีหลังว่ารถได้เหยียบร่างน้องนักเรียน แต่ไม่ได้มีเจตนาเพราะเหตุเกิดในระยะกระชั้นชิด และไม่ได้มีเจตนาจะหลบหนีอย่างไรก็ตามเบื้องต้นพนักงานสอบสวนก็ได้แจ้งข้อหานายพลาย คนขับสองแถวในข้อหา "กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ขับขี่รถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ขับขี่รถในทางก่อให้เกิดความหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น หยุดให้ความช่วยเหลือตามสมควร และไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าเจ้าพนักงานที่ใกล้เคียงในทันที"
ส่วนนายนายสุทธิชัยสมจิตรอายุ23ปีคนขับรถจักรยานยนต์รถคันต้นเหตุ ที่พุ่งออกจากซอยมาไม่ระวังแล้วไปเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของน้องนักเรียนที่เสียชีวิต ตามภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏ ก็ได้เรียกตัวมาสอบสวนก่อนหน้านี้ ซึ่งนายสุทธิชัย ก็ให้การรับสารภาพและเบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา "กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย , ขับขี่รถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น"
ซึ่งพนักงานสอบสวนระบุว่า คดีดังกล่าวไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร เพราะมีหลักฐานสำคัญคือภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเห็นภาพของรถที่เกี่ยวข้องทุกคันอย่างชัดเจน ทั้งนี้ตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ด้านนายพลาย นวนประโคน คนขับรถสองแถว ระบุว่า วันเกิดเหตุตนเองขับมาด้วยความเร็วประมาณ 40 กม.ต่อชั่วโมงเท่านั้น ช่วงเกิดเหตุเห็นเพียงรถเสียหลัก แล้วได้ยินเสียงดังนิดเดียว ไม่คิดว่ารถตัวเองจะเหยียบร่างเด็กนักเรียน จึงขับรถไปส่งผู้โดยสารตามปกติมาทราบอีกทีเมื่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแจ้งขณะนำรถจอดเข้าคิวว่ารถของตนเองเหยียบนักเรียนเสียชีวิตไม่ได้มีเจตนาจะหลบหนี
สำหรับศพของนายสุรัตน์นิจิรัมย์นักเรียนชั้น ม.3 ที่เคราะห์ร้ายเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ทางครอบครัว ได้ทำพิธีฌาปนกิจศพไปแล้วที่วัดในหมู่บ้านท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยของครอบครัว และเพื่อนๆ ที่มาร่วมงานขณะที่คนขับรถจักรยานยนต์ และรถสองแถวคู่กรณี ก็ได้เดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพน้องด้วย