โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาที่ถูกฝ่ายความมั่นคงกล่าวหา คือ โรงเรียนบากงพิทยา หรือ "ปอเนาะบากง" ตั้งอยู่ที่ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี พลตรีจตุพร กลัมพสุต เปิดแถลงข่าวชี้แจงพยานหลักฐานด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังนำกำลังเข้าตรวจค้นและยึดหลักฐานต่างๆ ภายในโรงเรียนถึง 2 ครั้ง
ข้อกล่าวหาที่มีการแถลงข่าว ประกอบด้วย
1.แจ้งบัญชีจำนวนครูเท็จ โดยแจ้งว่ามีครู 121 คน และเบิกงบอุดหนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ เดือนละกว่า 7 แสนบาท ปีละกว่า 8 ล้านบาท ทั้งๆ ที่มีครูจริงเพียง 74 คน
2.จัดทำบัญชีเท็จเบิกค่าเสี่ยงภัยครู คนละ 3,500 บาทต่อเดือน ทำให้รัฐเสียหายเดือนละกว่า 1 แสน 6 หมื่นบาท หรือราวๆ 1.9 ล้านบาทต่อปี
3.จัดทำบัญชีนักเรียนเท็จ (หรือที่เรียกว่านักเรียนผี) แจ้งยอดนักเรียนมากกว่ายอดที่ศึกษาอยู่จริง เพื่อขอรับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ คนละ 14,000 บาทต่อปี
ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ยืนยันว่า โรงเรียนแห่งนี้ทุจริตเงินอุดหนุนจากรัฐรูปแบบต่างๆ ราวๆ ปีละ 12 ล้านบาท และผ่องถ่ายเงินจำนวนหนึ่งไปสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ โดยใช้สถานที่ของโรงเรียนเป็นแหล่งพักพิงและซุกซ่อนยุทโธปกรณ์ เชื่อมโยงกับเครือข่ายที่เรียกว่า "ทีมปัตตานี" โดยกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เคยก่อเหตุรุนแรงขนาดใหญ่หลายครั้ง เช่น วางระเบิดคาร์บอมบ์ที่ห้างบิ๊กซี ปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมปีที่แล้ว และปล้นรถกระบะ 6 คันเพื่อทำคาร์บอมบ์ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมปีเดียวกัน
สำหรับความคืบหน้าการแจ้งความดำเนินคดี ปรากฏว่าฝ่ายกฎหมายของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.หนองจิก เอาไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ระบุตัวว่าผู้บริหารหรือครูคนใดที่เกี่ยวข้องบ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม
ล่าสุดเมื่อวานนี้ หลังจากฝ่ายความมั่นคงแถลงข้อกล่าวหามาได้สิบกว่าวัน ทางโรงเรียนบากงพิทยา ได้จัดงาน "จิบน้ำชา" (เป็นประเพณีของพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อปรึกษาหารือ ให้กำลังใจ หรือระดมทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบต่างๆ)
ขณะเดียวกัน นายอุสมาน อับดุลมาแน ผู้รับใบอนุญาตจัดการเรียนการสอน โรงเรียนบากงพิทยา ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายความมั่นคงทั้งหมด สรุปประเด็นได้ดังนี้
1.โรงเรียนเบิกงบอุดหนุนเงินเดือนครูตามจริง จำนวน 47 คน ไม่ได้เบิก 121 คนตามที่ฝ่ายความมั่นคงกล่าวหา
2.โรงเรียนจัดทำบัญชีเบิกค่าเสี่ยงภัยตรงตามจำนวนครูที่สอนอยู่จริง จึงไม่ได้ทำให้รัฐเสียหาย
3.โรงเรียนได้เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนตามอัตราที่รัฐบาลกำหนด ไม่มีการแจ้งชื่อนักเรียนผี
นายอุสมาน บอกด้วยว่า โรงเรียนยังมีสภาพเป็นมูลนิธิ ไม่เคยสิ้นสภาพ และยังมีนักเรียนเพิ่มขึ้นตลอด / จากร้อยกว่าคนในปี 2510 เพิ่มเป็น 1,200 กว่าคนในปีการศึกษาปัจจุบัน
นี่คือคำชี้แจงของทางโรงเรียนเมื่อวานนี้ และยืนยันว่าพร้อมจะชี้แจงกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วย รวมทั้งจะไม่ปิดการเรียนการสอน เพราะขณะนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ยังไม่มีคำสั่งให้หยุดการเรียนการสอน แต่ก็น่าสังเกตว่าทางผู้บริหารไม่ได้อธิบายข้อกล่าวหาที่ฝ่ายความมั่นคงระบุว่า โรงเรียนมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบ ส่วนอีกประเด็นที่น่าสังเกตไม่น้อยเช่นกันก็คือ "กิจกรรมจิบน้ำชา" ของทางโรงเรียน มีเจ้าหน้าที่รัฐไปร่วมด้วยหลายคน ทั้งนายอำเภอหนองจิก และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน จังหวัดปัตตานี ซึ่งทุกคนก็ยืนยันตรงกันว่า ต้องแยกเรื่องคดีความมั่นคง ออกจากเรื่องการเรียนการสอน และเด็กนักเรียน โดยคดีความมั่นคงก็ต้องพิสูจน์ความถูกผิดกันต่อไป