ภายหลังการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการจำหน่ายกิจการมหาวิทยาลัยเนชั่น โดยมีบริษัท 4 แห่งแสดงความสนใจร่วมลงทะเบียนยื่นซองประกวดราคาเพื่อซื้อกิจการของมหาวิทยาลัย ซึ่งประกอบด้วย บริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK GROUP และบจก.เวสเทิร์น ยู เอ็ดดูเคชั่น จำกัด
การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะใช้เวลาตามขั้นตอนประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเนชั่น ได้ตั้งวงสนทนานักศึกษาและผู้ปกครอง ถึงทิศทางของมหาวิทยาลัย เนชั่นในยุคผลัดใบ ในโอกาสครบรอบวันสถาปนามหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านผู้บริหารสถาบันที่จะเกิดขึ้น ทำให้ผู้ปกครองและนักศึกษามีความกังวลและตั้งคำถาม ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมาจากการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยอธิการบดียืนยันว่า การผลัดใบที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติของการดำเนินธุรกิจ แต่จะไม่ส่งผลต่อการดำเนินงานของสถาบัน ม.เนชั่นจะยังคงดำเนินการเปิดการเรียนการสอนตามปกติต่อไป
"ด้วยม.เนชั่น เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจในเครือบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป หรือ NMG การเปลี่ยนแปลงคณะบริหารของบริษัทเกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาของงานบริหาร การปรับเปลี่ยนเกิดขึ้นแล้วหลายรอบ แต่การปรับเปลี่ยนดังกล่าวไม่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ที่ส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัย คณะทำงานของสถาบันยังคงเป็นชุดเดิม" ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ กล่าว
อธิการบดี กล่าวว่า กฎเกณฑ์และพันธะผูกพันภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. ทำให้ทุกสถาบันอุดมศึกษา ที่รวมถึงมหาวิทยาลัยเนชั่นมีพันธะที่ต้องดำเนินงานไปตามปกติ นักศึกษาเรียนตามปกติ คณาจารย์สอนตามปกติ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร แต่การการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยต้องดำเนินไปตามปกติ อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน
ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ ย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารเป็นการขยายความสัมพันธ์เดิมไปสู่ความสัมพันธ์ใหม่ เท่ากับช่วยขยายโอกาสของมหาวิทยาลัยให้เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการปรับปรุงหลักสูตรตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการให้นักศึกษาขยายช่องทางการเรียนเพื่อโอกาสในการทำงาน ดังนั้นจากนี้ม.เนชั่นจะมีการปรับการเรียนการสอน รวมทั้งการผลิตบัณฑิตสอดรับกับภาคการผลิตบัณฑิตและบริการ เสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศยุค 4.0 ซึ่งการเปลี่ยนผู้บริหารเป็นการเพิ่มโอกาสให้มากขึ้น
"การเปลี่ยนผ่านแต่ละครั้งมันคือการผลิใบใหม่ทุกครั้ง จากนี้จะเป็นการสร้างเครือข่ายใหม่ โอกาสใหม่ และทิศทางการเรียนการสอนใหม่ๆด้วย หากมองไปข้างหน้า ม.เนชั่นได้เตรียมการปรับทิศทางการจัดการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาเรียกว่าเป็นแนว Corporate Education กับเครือข่ายพันธมิตรขององค์กรและประเทศ เข้าสู่แนวใหม่ที่เป็นแนวทางที่เรียกว่า Liberal Corporate Education ซึ่งเป็นกระแสการศึกษาในโลกยุคใหม่ โดยปรับกับบริบทที่มุ่งสร้างศักยภาพด้านการผลิต และการแข่งขันของประเทศในยุค 4.0 ดังนั้นการผลิใบใหม่คือโอกาสใหม่นั่นเอง" อธิการบดีม.เนชั่น กล่าว
นอกจากนี้ ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ กล่าวด้วยว่า ในปีการศึกษา 2561 ม.เนชั่นจะมีการขยายหลักสูตรเพิ่มเติมทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท โดยขณะนี้กรรมการสภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้เปิดการสอนอีก 2 หลักสูตรทั้งระดับปริญญาตรีและโทในคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ คือ หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาการบริหารสุขภาวะและสุขภาพ และหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการบริหารสุขภาวะและสุขภาพ
สำหรับบรรยากาศงานวันครบรอบสถาปนาฯ ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์เนชั่นบางนาเป็นไปอย่างอบอุ่น มีการจัดพิธีทำบุญตักบาตร พร้อมถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 9 รูปที่บริเวณลานกิจกรรมในห้องโถงชั้น 1 ของอาคารมหาวิทยาลัย โดยมี ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ พร้อมด้วยคณาอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษาทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ของมหาวิทยาลัยเนชั่น ศูนย์เนชั่นบางนา เข้าร่วมกิจกรรม และตัวแทนศิษย์เก่าของศูนย์เนชั่นบางนา 3 รุ่นที่สำเร็จการศึกษาไปแล้ว ได้ขึ้นมอบดอกไม้ให้กับอธิการบดีและถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกัน
นับตั้งแต่ได้สานต่อพันธกิจการดำเนินงานสถาบันอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยโยนก ที่ก่อตั้งเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว มหาวิทยาลัยเนชั่นได้ดำเนินงานด้วยหลักปรัชญา "ปัญญาเพิ่มพูนคุณภาพชีวิต" (Wisdom Enriches Life) ที่เชื่อมั่นว่าคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอยู่กับปัญญา ความรู้ และความเอื้ออาทรที่มีต่อกันระหว่างมวลมนุษยชาติ โดยยึดหลัก "เรียนรู้กับมืออาชีพและบัณฑิตจิตอาสา" เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน