กรณี ร.ต.อ.พิทักษ์ จันตา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาจ.บึงกาฬ รับแจ้งเหตุพบศพชายถูกฆ่าถ่วงน้ำโขงลอยอืดมาติดอยู่ที่แพขนานยนต์หน้าด่านศุลกากรบึงกาฬ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.ทิวา บุญดำเนิน ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.โชคชัย อินทะนิน รอง ผบก.พ.ต.อ.อนุกูล ดาวลอยผกก.สภเมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.สุกฤษณ์ ข้อร่วมคิด ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ นายแพทย์จารุวัฒน์ บำรุงกิตติกุล แพทย์เวร รพ. บึงกาฬ และหน่วยกู้ภัยนทีธรรมไปยังที่เกิดเหตุ ช่องระหว่างแพขนานยนต์จอดอยู่ริมตลิ่ง พบศพเพศชายนอนหงายลอยอืดปะปนมากับขยะหน่วยกู้ภัยจึงใช้เชือกดึงศพออกมาจากซอกเรือทั้ง 2 ลำนำมาขึ้นฝั่งเพื่อชันสูตรที่หน้าวัดป่าบ้านพันลำ เป็นชายรูปร่างสันทัดสูงประมาณ 165-170 ซม. ผมสั้น อายุประมาณ 20 - 30 ปี สภาพศพใส่เสื้อกีฬาสีน้ำเงิน-ขาวแขนสั้น มีตัวหนังสือภาษาอังกฤษสกรีนที่หน้าออกเสื้อว่า british soccer ระบุผลิตที่ประเทศเวียดนามและกางเกงกีฬาขาสั้นสีน้ำเงิน มีหมวกเป็นผ้าCOTTON สีดำ คลุมใบหน้าและศีรษะ ไม่สวมกางเกงใน ที่ลำคอ ข้อมือข้อเท้าถูกมัดด้วยเชือกไนลอนสีเขียว และพันทับซ้ำด้วยเทปกาว ที่เอวมีเชือกมัดหินทรายก้อนใหญ่หนักประมาณ 40 กิโลกรัมมัดติดถ่วงเอาไว้ ซึ่งมีการถักทอด้วยเชือกไนลอนผูกมัดเป็นตายข่ายรอบๆ ก้อนหินกันไม่ให้หลัดจนศพจะเปื่อยละลายหายไปกับสายน้ำ และมีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคม 2 แผลความยาว ประมาณ 10 ซม.เข้าที่ใต้ชายโครงด้านขวาจนไส้ทะลัก มีหนอนไต่ยั้วเยี้ยศพส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 วัน เกิดเหตุเมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 มี.ค.ผ่านมา
พล.ต.ต.ทิวา บุญดำเนิน ผบก.เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนทั้งภูธรจังหวัดและ สภ.เมืองบึงกาฬ เร่งออกหาข่าวเพื่อคลี่คลายคดีและติดตามจับกุมกลุ่มฆาตกรมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว แต่จากการติดตามแกะรอยผู้ตายไม่มีแจ้งคนหายในท้องที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นไปได้ว่าผู้ตายอาจเป็นคนสัญชาติลาวถูกฆ่าทิ้งและศพลอยมาติดฝั่งไทยตามกระแสน้ำไหล แต่จากดูสภาพศพที่มีหินหนัก 40 กก.มัดถ่วงเอาไว้ก็น่าจะเป็นไปได้ว่าจุดเกิดเหตุหรือจุดนำศพมาทิ้งไม่น่าจะอยู่ห่างจากจุดพบศพมากนัก เพราะกว่าศพจะลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำได้ต้องใช้เวลา ส่วนสาเหตุการฆาตกรรมนั้นน่าจะเกิดจาก 3 ประเด็นคือขัดผลประโยชน์เรื่องจากเสพติด ทะเลาะวิวาทกันและเรื่องชู้สาว แต่วิเคราะห์ดูเหตุการณ์แล้วผู้ตายน่าไม่ใช่คนไทย เนื่องจากไม่มีการแจ้งคนหาย และเสื้อกีฬาที่ใส่คนไทยก็ไม่นิยมซึ่งระบุ MADE IN VIETNAM