ชาวบ้านเดือดร้อน หมูป่าบุกกินสับปะรดในไร่เสียหายกว่า 400 กิโลกรัม
04 มี.ค. 2561 | teerawat_cha

ราชบุรี - ชาวบ้านเดือดร้อนร้องเจ้าหน้าที่ช่วยดูแล หลังหมูป่าบุกเข้ากินสับปะรดในไร่เสียหายกว่า 400 กิโลกรัม
ข่าว
04 มี.ค. 2561 | teerawat_cha

ราชบุรี - ชาวบ้านเดือดร้อนร้องเจ้าหน้าที่ช่วยดูแล หลังหมูป่าบุกเข้ากินสับปะรดในไร่เสียหายกว่า 400 กิโลกรัม
วันนี้ (4 มี.ค.61) เวลา 16.00 น. นายประทีป เหิมพยัคฆ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ภาชี จังหวัดราชบุรี ได้สั่งการให้ นายวายุกฤช ศรีสุนนท์ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าวังครก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี อ.บ้านคา จ.ราชบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบแปลงปลูกสับปะรดของนายศรคีรี บัวแจ้ง อายุ 44 ปี เกษตรกรที่ปลูกสับปะรดในพื้นที่หมู่ 5 ต.บ้านคา อ.บ้านคา จ.ราชบุรี หลังได้รับแจ้งว่ามีสัตว์ป่าเข้าไปกัดกินทำลายสับปะรดที่กำลังจะเก็บเกี่ยวได้รับความเสียหายจำนวนมาก
หลังเข้าไปสำรวจก็พบว่าบริเวณพื้นที่แปลงที่ปลูกซึ่งอยู่ติดกับรอยต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี บริเวณโคนต้นสับปะรดมีร่องรอยถูกกัดแทะและผลสับปะรดมีร่องรอยถูกกัดกิน พบรอยตีนสัตว์เป็นกีบ ลักษณะเป็นรอยหมูป่าหลายตัวเข้ามากัดกิน มีการเหยียบย่ำไปมาแถวต้นสับปะรด จนผลร่วงหล่นจากการหักทำลาย
โดยนายศรคีรี บัวแจ้ง เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ได้เล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมาปลูกสับปะรดมาแล้วหลายปีไม่เคยมีปัญหา แต่มาวันนี้ก็พบว่า ผลสับปรดถูกกัดแทะและเลือกกัดเฉพาะลูกที่สุกซึ่งกำลังจะเก็บเกี่ยวได้ และยังทิ้งร่องความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นหมูป่ามากัดกิน เนื่องจากสับปะรดเวลาสุกจะมีกลิ่นหอม ทำให้สัตว์อย่างหมูป่าที่อยู่ตามธรรมชาติได้กลิ่นจึงเข้ากัดแทะกินเป็นอาหาร
ที่สำคัญที่นี่จะปลูกสับปะรดขายผลสดเป็นสับปะรดที่ขึ้นชื่อของบ้านคา มีเอกลักษณ์คือ มีรสชาติหวานไม่กัดลิ้น กินแล้วไม่ระคายคอ และไม่ใช่สับปะรดที่ปลูกแบบส่งโรงงานที่ไม่ต้องรอให้ผลแก่ก็จะตัดขายส่งเข้าโรงงานแล้ว แต่ก็มาถูกหมูป่ามากัดแทะจนเสียหาย ซึ่งคาดว่าน่าจะมากกว่า 400-500 กิโลกรัม
ด้านนายวายุกฤช ศรีสุนนท์ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าวังครก เปิดเผยแนวทางการแก้ไขปัญหาว่า จากการเดินสำรวจพื้นที่ไร่ปลูกสับปะรดทราบว่าน่าจะเป็นครอบครัวของหมูป่าที่เข้ามาทำลายสับปะรดกิน มาแบบเป็นฝูง สังเกตจากรอยตีนของหมูป่าจะมีขนาดใหญ่ โดยพื้นที่จะติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี อีกส่วนหนึ่งของไร่ได้ปลูกสับปะรดไม่หมด ทำให้มีสภาพรกทึบ ด้วยสภาพพื้นที่นี้จึงเหมาะสำหรับหลบซ่อนตัวของฝูงหมูป่า
นอกจากนี้ใกล้ ๆ ยังเห็นมีบ่อน้ำอยู่ด้วย ช่วงหน้าแล้งหมูป่าเหล่านี้อาจจะเคยลงมากินน้ำ พอเดินผ่านมาเจอสับปะรดที่กำลังแก่สุกที่มีกลิ่นหอมจึงได้กัดกินเป็นอาหาร ส่วนการแก้ไขเท่าที่ดูพบว่าพื้นที่ติดกับแปลงปลูกสับปะรดต้องทำให้โล่งเตียนก่อน จากนั้นให้นำเสื้อผ้าที่ใช้แล้วมีสภาพเก่า และแผ่นซีดีที่เสียแล้วนำมาผูกแขวนไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อเป็นการให้หมูป่าเข้าใจว่ามีคนอยู่อาศัยจากกลิ่นของเสื้อผ้าที่แขวนไว้ ช่วงกลางคืนและกลางวันแผ่นซีดีที่แขวนจะขยับพร้อมกับมีแสงสะท้อนทำให้หมูป่าเกิดอาการกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ นอกจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่แถบนี้มาช่วยดูแลอีกทางหนึ่ง