เนชั่นทีวี

ข่าว

รักโลก by วชิรวิทย์ | รักษ์ป่าน่าน น้ำพางโมเดล

04 มี.ค. 2561 | jirasin_yin

รักโลก by วชิรวิทย์ | รักษ์ป่าน่าน น้ำพางโมเดล

ทุกวันนี้จังหวัดน่าน ยังไม่สามารถแก้ปัญหาสภาพภูเขาหัวโล้นได้สำเร็จ เพราะว่าชาวบ้านยังต้องพึ่งพิงการปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อยู่จำนวนมาก แต่มีชุมชนหนึ่งที่พยายามเปลี่ยนตัวเองมาปลูกไม้ยืนต้น ที่ให้ผลเก็บขายได้ เพื่อคืนพื้นที่สีเขียว แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการใช้ประโยชน์จากที่ดิน เพราะอยู่ในเขตป่าสงวน



ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน มีพื้นที่ทั้งหมด เกือบ 3 แสนไร่ แต่ไม่มีแม้ไร่เดียวที่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ถูกต้องตามกฎหมาย

ร้อยละ 91 ของพื้นที่ตำบลน้ำพางปกคลุมด้วยป่าธรรมชาติ ละ 8.7 เป็นพื้นที่ทำกิน และร้อยละ 0.3 เป็นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทั้งหมดล้วนถูกประกาศเป็นเขตป่าสงวนฯ และเขตอุทยานฯ ทับซ้อน ทำให้ชาวบ้านที่นี่ กลายเป็นผู้บุกรุกป่าอย่างผิดกฎหมาย

แม้พวกเขาจะพยายามพิสูจน์สิทธิว่าตนมีบรรพบุรุษที่อาศัยอยู่มาอย่างยาวนาน ด้วยประวัติศาสตร์ชุมชนเก่าแก่ บอกเล่าการตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ปี พ.ศ. 1765 แต่ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดจนเป็นที่ยอมรับจากรัฐ

ปี 2557 หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติประกาศนโยบายทวงคืนผืนป่า ชุมชนน้ำพางถูกกรมอุทยานและกรมป่าไม้ยึดพื้นที่ทำกินกว่า 1,900 ไร่ ซ้ำเติมปัญหาความยากจน และมีภาระหนี้สินเพิ่ม

ที่ดินจำนวนกว่า 30 ไร่ที่ใช้ปลูกข้าวโพดเลี้ยง ของนายชิน เขื่อนจักษ์ ชาวบ้านตำบลน้ำพาง วันนี้เปลี่ยนไป เขาเริ่มเอาพืชสวนผลไม้ ที่เป็นไม้ยืนต้นมาปลูกแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แล้วจำนวนหนึ่ง
ความพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ไปสู่การปลูกพืชผสมผสาน เป็นหนึ่งในแนวทางที่เรียกว่า น้ำพางโมเดล ที่ชาวบ้านต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างรายได้ และพิสูจน์ให้รัฐเห็นว่าคนอยู่กับป่าได้อย่างสมดุลและยั่งยืน


ปี 2558 มีการจัดเวทีประชาคมระดับตำบล มีผู้นำท้องถิ่น ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าทำข้อตกลงร่วมกัน ที่จะต่อรองกับภาครัฐที่กำลังบังคับใช้กฎหมายทวงคืนผืนป่าอย่างต่อเนื่อง

ชายคนนี้ เป็นกำนันตำบลน้ำพาง ที่ผลักดันน้ำพางโมเดลมาเป็นเวลาเกือบ 3 ปี วันนี้ สว่าง ธรรมรักษา บอกว่า งานยังไม่เสร็จ เขาบอกว่าปัจจุบันมีชาวบ้านเข้าร่วมโครงการเป็นสมาชิกจำนวน 285 คนรวมพื้นที่ 4,253 ไร่ จากพื้นที่ทำกินที่เป็นป่าข้าวโพด หมื่นกว่าไร่ หรือคิดเป็นพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการเพียงร้อยละ 45

พื้นที่ที่เข้าร่วมเป็นน้ำพางโมล จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ภายใน 5 ปี นับจากวันนี้ จากป่าข้าวโพดจะกลายเป็นสวนผลไม้ ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นเพิ่มพื้นที่สีเขียวแทน แต่ข้อท้ายก็มีอยู่ไม่น้อย ซึ่งนายชิน เขื่อนจักษ์ ก็กำลังประสบปัญหาระหว่างการปรับเปลี่ยนจากข้าวโพดเชิงเดี่ยวเป็นสวนผลไม้ผสมผสานในขณะนี้ด้วยเหมือนกัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องการแก้ปัญหาภูเขาหัวโล้นจังหวัดน่าน ที่เกิดจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นสิ่งที่ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พยายามเข้ามีส่วนร่วมในเชิง CSR เพื่อคืนกำไรสู่ สังคม

แต่ อธิป อัศวานันท์ ผู้บริหารด้านพัฒนาความยั่งยืนภาคกิจกกรรมสัมพันธ์ และการศึกษา สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังลังเลในแง่ของกรอบทางกฎหมาย ว่าในอนาคต ซีพี จะสามารถเป็นหนึ่งในตลาด ที่รับซื้อผลผลิตทางการเกษตร ที่ยังได้ชื่อว่าปลูกในพื้นที่ป่าสงวน พื้นที่อุทยาน เหล่านี้ได้หรือไม่

ปัญหาสำคัญของน้ำพางโมลเดลคือแม้ว่าจะสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ แต่ก็ยังเป็นกลไกที่ไม่มีกฎหมายรองรับ

ประยงค์ ดอกลำไย ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ซึ่งทำงานแก้ปัญหาที่ดินภาคเหนือมาหลายสิบ บอกว่ามีความพยายามผลักดันพระราชบัญญัติป่าชุมชน แต่ยังไม่สำเร็จ อย่างน้อยที่สุดเขาหวังว่า หากพื้นที่ น้ำพางโมเดล มีมติคณะรัฐมนตรีให้ผ่อนปรนทำกินได้ ก็จะแก้ปัญหาไปได้อีกหลายเรื่อง

ชายคนนี้เป็นสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการน้ำพางโมล จิตร เที่ยงศรี ชาวบ้านตำบลน้ำพาง เริ่มไม่แน่ใจว่า การปรับเปลี่ยนจากปลูกพืชเชิงเดี่ยว เป็นไม้ยืนต้นจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ และถ้าไม่มีแรงกดดันจากนโยบายทวงคืนผืนป่า เขายืนยันว่าจะปลูกข้าวโพดต่อไป
ปฏิบัติการของชาวตำบลน้ำพาง จังหวัดน่าน ที่เรียกว่าน้ำพางโมเดล กำลังจะพิสูจน์ให้เราเห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าภายใน 5 ปีหลังจากนี้ พื้นที่ปลูกข้าวโพดจะกลายเป็นป่าสีเขียว แต่กระบวนการเจรจาต่อรองระหว่างชาวบ้าน กับรัฐในการใช้ประโยชน์จากป่าร่วมกันจะมีแนวทางอย่างไร ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

ข่าวล่าสุด