"ล่าความจริง" ส่งคุณอัญชลี อริยกิจเจริญ ผู้สื่อข่าวของเราไปที่ กกต.ตั้งแต่เช้า โดยตั้งแต่ 6 นาฬิกา กกต.เปิดแจกบัตรคิวสำหรับจดแจ้งขอจัดตั้งพรรคการเมือง แต่ปรากฏว่าก่อนแจกบัตรคิวก็มีเกือบ 30 พรรคมารอแล้ว ซึ่งพรรคการเมืองแรกที่มาถึงคือ "พรรคพลังชาติไทย" ของ พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ซึ่ง พลตรี ทรงกลด เคยเป็น คณะทำงานเตรียมการปฏิรูปประเทศของ คสช. ทำให้ถูกมองว่าเป็น "พรรคนอมินีทหาร" หรือเปล่า โดย พลตรี ทรงกลด ส่งตัวแทนมารอตั้งแต่เมื่อเย็นวานนี้
นอกเหนือจากพรรคพลังชาติไทยของ พลตรี ทรงกลด แล้ว ยังมี "พรรคประชาชนปฏิรูปประเทศไทย" ของ คุณไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกวุฒิสภา ก็ส่งตัวแทนมาเช่นกัน ส่วน "พรรคพลังพลเมืองไทย" ของ คุณสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ซึ่งเคยเป็นทั้งอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชาชน (อดีตพรรคเพื่อไทย) วันนี้เดินทางมาด้วยตัวเอง
ประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจก็คือ พรรคการเมืองใหม่ๆ เหล่านี้จะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี จะใช่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.หรือไม่ ปรากฏว่าเมื่อนักข่าวสอบถาม แต่ละพรรคก็มีความเห็นหลากหลาย ส่วนใหญ่ไม่มีใครคัดค้าน "นายกฯ คนนอก" เพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดย คุณสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังพลเมืองไทย บอกว่า ยังไม่สนับสนุนใครชัดเจน แต่มีในใจหลายคน เน้นที่เป็นคนดี มีคุณธรรม จริงใจ และทำงานเพื่อส่วนรวม พรรคพลังพลเมืองไทยยินดีทำงานร่วมกับทุกพรรค เป็นโซ่ข้อกลางในการลดความขัดแย้งในสังคม
ขณะที่ คุณราเชน ตระกูลเวียง ว่าที่หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ บอกว่า พรรคจะสนับสนุนคนที่มีอุดมการณ์ รักชาติ และประชาชน ถ้าเป็น พลเอก ประยุทธ์ ก็มีเงื่อนไขว่า สนับสนุน พลเอก ประยุทธ์ เพียงคนเดียวเท่านั้น บริวารไม่เกี่ยว
ส่วน คุณธนพัฒน์ สุขเกษม แกนนำพรรคประชาชนปฏิรูปประเทศไทย ตัวแทน คุณไพบูลย์ นิติตะวัน ยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่นอมินีของ คสช. หรือของ พลเอก ประยุทธ์ จุดยืนพรรคสนับสนุนนายกฯ คนกลาง ที่ไม่สังกัดพรรคใด ส่วนจุดขายคือจะปฎิรูปวงการพระสงฆ์
คุณมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ และ คุณณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล แกนนำพรรคไทยศรีวิไลย สองคนนี้หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะออกสื่ออยู่บ่อยๆ ในบทบาทการยื่นเรื่องตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น ครั้งนี้พวกเขาบอกว่า อาสาตัวเข้ามาเป็นทางเลือกในการปราบปรามการทุจริต ยกเลิกประชานิยม และปฎิรูปการศึกษา
สำหรับพรรคพลังชาติไทย ของ พลตรี ทรงกลด ที่ถูกจับตาว่าเป็นพรรคทหาร และเชื่อมโยงกับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงนั้น คุณวีระพล รักธรรม ว่าที่โฆษกพรรคพลังชาติไทย ชี้แจงว่า พลตรี ทรงกลด เคยเป็นแค่คณะทำงานปฏิรูปประเทศของ คสช. และรับเรื่องร้องทุกข์ต่างๆ จากประชาชน จึงมีแนวคิดจัดตั้งพรรคขึ้นมาช่วยแก้ปัญหา
และที่สร้างสีสันอีก 1 พรรค มาในลำดับที่ 41 แค่ชื่อทุกคนก็อึ้งกันแล้วกับ "พรรคเห็นแก่ตัว" นำโดย คุณกริช ตรรกบุตร หัวหน้าพรรค / คุณกริช บอกว่า ตั้งชื่อนี้เพราะมีเหตุผล คือคนเราต้อง "เห็นแก่ตัวเอง" ให้อยู่รอดก่อน จึงค่อยเห็นแก่ชาติบ้านเมืองต่อไปได้ / ที่ผ่านมาหลายพรรคมีชื่อที่มีความหมายดี แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ชื่อพรรคของตน จะเรียกกระแสและความน่าสนใจได้ ส่วนชื่อพรรคเห็นแก่ตัวนี้ จะผ่านการพิจารณาจาก กกต. ตามกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่ก็ไม่เป็นไร เพราะเตรียมชื่อสำรองไว้แล้ว คือ "พรรคเห็นแก่ชาติ"
นอกจากนี้ ยังมี "พรรคประชาชาติ" ที่ก่อตั้งโดย คุณสุรพล นาควานิช ซึ่งสื่อมวลชนก็ให้ความสนใจ เพราะนามสกุลเดียวกับ อดีตผู้บัญชาการทหารบก และองคมนตรี พลเอกธีรชัย นาควานิช แต่ทีมล่าความจริงตรวจสอบแล้ว ได้รับคำยืนยันว่า พรรคประชาชาติ ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับอดีตผู้บัญชาการทหารบก
สำหรับพรรคที่หลายคนจับตามอง อย่าง "พรรคมวลมหาประชาชน" หรือที่เรารู้จักในนาม กปปส. ของ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ / วันนี้ยังไม่ได้ส่งใครมาจดทะเบียนตั้งพรรคการเมือง โดย คุณธานี เทือกสุบรรณ หรือ "กำนันเล็ก" น้องชายของ คุณสุเทพ ยังอยู่ที่สุราษฎร์ธานี
ด้าน ประธาน กกต. คุณศุภชัย สมเจริญ บอกว่า รู้สึกพอใจกับภาพรวมการจัดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ในวันนี้ เพราะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่คิดว่าจะมีผู้สนใจถึง 42 กลุ่ม แสดงว่าประชาชนสนใจการเมืองมากขึ้น และอยากเลือกตั้ง หลังจากนี้จะเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นด้วย เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. รวมทั้งศาลล้มละลายกลาง (เพราะกฎหมายห้ามบุคคลล้มละลายมาจัดตั้งพรรคการเมือง) แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
ส่วนการยื่นเรื่องขอทำกิจกรรมทางการเมืองนั้น แต่ละพรรคต้องส่งเรื่องมายัง กกต. เพื่อส่งต่อให้ คสช. พิจารณาต่อไปสำหรับการจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมือง กกต.จะเปิดรับจดแจ้งระหว่างเวลา 7 โมงครึ่งตอนเช้า ถึง 4 โมงครึ่งตอนเย็น เว้นวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนกำหนดปิดรับจดทะเบียนพรรคการเมือง ยังไม่มีกำหนด โดยหลังจากนี้ กกต. จะย้ายจุดทำการ ไปที่ห้อง 602 อาคารศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะแทน สำหรับจำนวนพรรคการเมืองในประเทศไทย ขณะนี้มีพรรคเก่าอยู่ 69 พรรค ฉะนั้นหากทุกกลุ่มที่มายื่นขอจดแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองในวันนี้ และวันต่อๆ ไป มีคุณสมบัติครบทุกพรรค ก็จะทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้า มีพรรคการเมืองมากกว่า 100 พรรค อาจถือได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพรรคการเมืองติดอันดับมากที่สุดในโลกก็เป็นได้