เนชั่นทีวี

ข่าว

ดาวโจนส์ดิ่ง 3 วันซ้อนลงลึกถึง 1,100 จุด หลังทรัมป์ประกาศตั้งกำแพงภาษีนำเข้าเหล็ก 25%

02 มี.ค. 2561 | te

ดาวโจนส์ดิ่ง 3 วันซ้อนลงลึกถึง 1,100 จุด หลังทรัมป์ประกาศตั้งกำแพงภาษีนำเข้าเหล็ก 25%

นักลงทุนหวั่นปมสงครามการค้าสหรัฐและจีนขยายวงกว้างมากขึ้น หลังทรัมป์ประกาศตั้งกำแพงภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และอลูมิเนียม 10% ในสัปดาห์หน้า ส่งผลดาวโจนส์ถูกถล่มขายดิ่งลง 420 จุดเมื่อวันพฤหัสฯ ทำให้ดาวโจนส์ดิ่ง 3 วันซ้อนลงลึกถึง 1,100 จุด


ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่า มาตรการะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมครั้งนี้ มีเป้าหมายที่จะปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐ หลังจากที่ได้ประชุมร่วมกับกลุ่มผู้บริหารธุรกิจที่ประกอบด้วยยูเอส สตีล คอร์ป และเซ็นจูรี อลูมิเนียม ที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้


ทางด้าน Christin Lagarde กรรมการผู้อำนวนการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวให้สัมภาษณ์โดยเตือนว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังเกิดความเสี่ยงของภาวะ Overheat ในระยะใกล้นี้ จากมาตรการปรับลดภาษีทั้งระบบ และการใช้จ่ายทางการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกันก็จะส่งผลลบต่อปัญหาหนี้ที่เพิ่มขึ้นทั้งระบบ พร้อมเตือนอาเซียนให้เตรียมรับมือกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งจากสหรัฐและสหภาพยุโรป โดยให้ระมัดระวังความผันผวนที่เกิดจากกระแสเงินทุนไหลออก


1. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กในอัตรา 25% และอลูมิเนียม 10% ในสัปดาห์หน้า โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐ และเพื่อทำให้สามารถพลิกฟื้นอุตสาหกรรมให้กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ได้ประชุมร่วมกับกลุ่มผู้บริหารธุรกิจที่ประกอบด้วยยูเอส สตีล คอร์ป และเซ็นจูรี อลูมิเนียม ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสฯ

ขณะที่เกิดปฏิกิริยาจากรัฐมนตรีการค้าแคนาดาออกมาระบุว่า การที่สหรัฐจะตั้งกำแพงภาษีหรือกำหนดโควต้าเพื่อขัดขวางอุตสาหกรรมเหล็กต่อแคนาดา ถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้



2. ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนถึงการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมว่าพุ่งเป้าไปที่ประเทศใด แต่ตลาดคาดการณ์ว่าเป้าหมายจะอยู่ทีจีน ส่งผลให้นักลงทุนหวั่นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนขยายในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เชื่อว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะไม่ได้เกิดขึ้นโดยเฉพาะเจาะจงกับจีนอยู่ใรอันดับที่ 11 เนื่องจากประเทศที่สหรัฐมีการนำเข้าเหล็กอันดับต้นๆ จากแคนาดา เกาหลีใต้ บราซิล เม็กซิโก เยอรมนี ญี่ปุ่น และรัสเซีย

โดยพบว่า แคนาดาส่งออกเหล็กไปยังสหรัฐมากที่สุดถึง 16% ของปริมาณเหล็กที่สหรัฐนำเข้าทั้งหมดในปี 2017 บราซิลเป็นอันดับ 2 ในสัดส่วน 13% เกาหลีใต้เป็นอันดับ 3 ในสัดส่วน 10% ส่วนยอดนำเข้าเหล็กจากจีนอยู่ในอันดับที่ 11 ในสัดส่วน เพียง 2%



3. ทั้งนี้ ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทได้รับผลกระทบดิ่งลงอย่างรุนแรง โดยที่ดาวโจนส์ปิดที่ 24,608 ในวันพฤหัสฯ ดิ่งลง 420.22 จุด หรือ 1.68% ส่วนดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,677 ร่วงลง 36.16 จุด หรือ 1.33% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,180 ร่วงลง 92.45 จุด หรือ 1.27%

โดยเฉพาะดาวโจนส์ดิ่งลงปิดตลาดในแดนลบติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา รวมตลอดเวลา 3 วันดิ่งลงถึง 1,100 จุด

ขณะที่หุ้นกลุ่มบริษัทผลิตเหล็กและอลูมิเนียมได้ดีดตัวขึ้นจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยหุ้นยูเอส สตีล พุ่งขึ้น 5.8% และหุ้นเซ็นจูรี อลูมิเนียม ทะยานขึ้น 7.5% แต่หุ้นกลุ่มบริษัทผลิตรถยนต์ร่วงลงเนื่องจากจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนการนำเข้าเหล็และอลูมิเนียมที่สูงขึ้น โดยหุ้นเจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) ดิ่งลง 4% หุ้นฟอร์ด มอเตอร์ ร่วงลง 3% และหุ้นเฟียต ไคร์สเลอร์ ออโต้โมบิล ร่วงลง 2.7%



4. นอกจากนี้ Christin Lagarde กรรมการผู้อำนวนการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวให้สัมภาษณ์โดยเตือนว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังเกิดความเสี่ยงของภาวะ Overheat ในระยะใกล้นี้ จากมาตรการปรับลดภาษีทั้งระบบ และการใช้จ่ายทางการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกันก็จะส่งผลลบต่อปัญหาหนี้ที่เพิ่มขึ้นทั้งระบบ



5. Christin Lagarde กล่าวว่า IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัว 3.9% ในปี 2018 สูงกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2017 ที่ระดับ 3.7% แต่ภาพรวมทางเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยมีสาเหตุมาจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาททางการค้า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และกระแสการปรับนโยบายการเงินสู่ระดับปกติ

พร้อมกับแนะกลุ่มประเทศอาเซียนให้เตรียมรับมือกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งจากสหรัฐและสหภาพยุโรป โดยให้ระมัดระวังผลกระทบที่อาจมีต่อเสถียรภาพทางการเงิน และความผันผวนที่เกิดจากกระแสเงินทุนไหลออกนอกประเทศอย่างฉับพลัน

ข่าวล่าสุด