ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ในตัวเมือง จ.เชียงใหม่ พบหมอกปกคลุมทั่วพื้นที่หนาแน่นกว่าทุกวันที่ผ่านมา เมื่อมองด้วยตาเปล่าก็จะเห็นว่าท้องฟ้าเกือบทั้งหมดเป็นสีขาวขุ่น ขมุกขมัว แทบจะไม่เห็นก้อนเมฆลอยบนท้องฟ้า ขณะที่ภูเขายอดดอยต่างๆ ที่ขนาบข้างตัวเมืองในเวลาปกติจะมองเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะดอยสุเทพ ที่ตั้งของวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร วัดสำคัญคู่เมืองเชียงใหม่ ขณะนี้แทบจะถูกเลือนหายไปด้วยหมอกควันที่ปกคลุมหนาแน่น
ตามท้องถนนโดยเฉพาะบริเวณถนนสายหลัก อาทิ ถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-และถนนสายเชียงใหม่-หางดง พบว่ามีฝุ่นควันปกคลุมหนาเช่นกัน เมื่อสังเกตระยะไกลจะมองเห็นหมอกควันปกคลุมท้องถนนได้อย่างชัดเจน เป็นสีขาวขุ่น โดยจะพบว่า ผู้ที่สัญจรในท้องถนน เริ่มมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นควัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่จักรยานยนต์ หรือโดยสารรถสาธารณะ
ขณะที่บริเวณลานบิน ของท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ก็พบว่าถูกหมอกควันปกคลุมหนาแน่นเช่นกัน ทัศนวิสัยเมื่อมองจากระยะไกล แทบจะมองไม่เห็นเครื่องบินที่กำลังเคลื่อนที่บนทางวิ่งลานบิน แต่อย่างไรก็ตามพบว่าการสัญจรทางอากาศยังคงดำเนินการได้ตามปกติ ยังไม่กระทบต่อการบินแต่อย่างใด
จากข้อมูลของสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ โดยตรวจสอบ ปริมาณความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศจากสถานีตรวจวัดโรงเรียนยุพราช อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อ 07.00น. ที่ผ่านมา พบว่า มีค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงของฝุ่นละอองทีมีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน หรือ PM10 วัดได้ 110 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และมีค่า AQI เท่ากับ 94 ถือว่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนปกติ ควรสวมใส่หน้ากากอนามัย เมื่อต้องออกจากบ้านหรือต้องทำงานในทีโล่งแจ้ง และควรงดออกกำลังกายที่ต้องอยู่นอกอาคาร และปิดประตูหน้าต่างให้สนิทป้องกันฝุ่นควันเล็ดลอดเข้าสะสมในบ้าน
ด้านนายสุเทพ ฟองศรี หัวหน้ากลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้เฝ้าระวังติดตาม สถานการณ์ฝุ่นละอองในจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยได้แจ้งไปยังสำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุกอำเภอ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) ทุกแห่งให้เตรียมแจกหน้ากากอนามัย สำหรับกลุ่มเสี่ยง ยอดจำนวนหน้ากากอนามัยที่สนับสนุนเบื้องต้นแก่ทุกหน่วยบริการ จำนวน 64,550 ชิ้น และยังมีสำรองอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้ง อสม. ทุกหมู่บ้านได้ออกเยี่ยมบ้าน เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะมลพิษหมอกควัน ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ และประชาสัมพันธ์รณรงค์ 51 วันห้ามเผาเราทำได้ เพื่อเชียงใหม่ไร้หมอกควัน
หากค่า ปริมาณฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 4 กลุ่ม ได้แก่ ได้แก่ 1. เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี 2. หญิงตั้งครรภ์ 3. ผู้สูงอายุ 4. ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ด้วย 5 มาตรการ Wหลีก ปิด ใช้ เลี่ยง งด" อันได้แก่ 1. หลีกการสัมผัสฝุ่นละออง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้ป่วยโรคเรื้อนรัง เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด ฯลฯ 2. ปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด ป้องกันฝุ่นละอองเข้าบ้าน 3. ใช้หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น 4. เลี่ยงการออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้ง และ 5. งดการเผาทุกชนิด
ทั้งนี้ ประชาชนกลุ่มเสี่ยง จะต้องระมัดระวัง ควรสังเกตอาการตนเอง ผู้ที่ต้องรับประทานยาประจำตัวต้องรับประทานอย่างต่อเนื่อง จัดเตรียมยาที่จำเป็นไว้ให้พร้อม และเน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ 51 วันห้ามเผาเราทำได้ เพื่อเชียงใหม่ไร้หมอกควัน ตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 มีนาคม 20 เมษายน 2561 เพื่อลดการเกิดหมอกควัน ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน