พร้อมกับยอมรับเฟดต้องจับตาภาวะไร้สมดุลในระบบการเงิน แต่ดูเหมือนยังไม่มีอันตรายาวในขณะนี้ โดยไม่กังวลต่อภาวะผันผวนรุนแรงของตลาดหุ้น ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อมุมมองของเฟดที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งการปรับลดงบดุลของเฟดกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น
แต่ถ้อยแถลงของประธานเฟดกลับส่งผลให้บอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 2.901% และดัชนีค่าเงินดอลลาร์แขํงค่าขึ้นที่ระดับ 99.04 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในตลาด Libor ระยะ 3 เดือนที่เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง พุ่งทะลุ 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
1. เจอโรม พาวเวล ประธานํนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ ประกาศเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งในปี 2018 นี้ ส่งผลให้นักลงทุนรู้สึกผิดหวัง เทขายหุ้นเพื่อทำกำไร ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดในวันอังคารที่ 25,410 ร่วง 299.24 จุด หรือ 1.16% หลังจากวันจันทร์ดาวโจนส์ปิดการซื้อขายพุ่งขึ้น 399 จุด เช่นเดียวกับที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,330 ร่วงลง 91.11 จุด หรือ 1.23% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,744 ดิ่งลงถึง 35.32 จุด หรือ 1.27%
โดยคำแถลงการณ์ได้มีขึ้นต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันอังคาร ว่าการที่เฟดอาจมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็น 4 ครั้ง หลังจากมีการใช้มาตรการด้านการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตราภาษี และการเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
2. เจอโรม พาวเวล ย้ำว่า เฟดยังคงต้องจับตาภาวะไร้สมดุลในระบบการเงิน ที่ดูเหมือนยังไม่มีอันตรายในขณะนี้ จึงไม่กังวลต่อภาวะผันผวนของตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา แม้มีความผันผวนรุนแรง แต่จะไม่มีผลกระทบต่อมุมมองของเฟดที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ
รวมทั้งกระทบต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ เพราะเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยที่สถานการณ์ทางการเงินยังคงอยู่ในภาวะผ่อนคลาย แม้มีความผันผวนในตลาดการเงิน
3. ประธานเฟดชี้ถึงอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะดีดตัวขึ้นในปีนี้ แต่จะยังคงมีเสถียรภาพในระยะกลางที่ระดับ 2% ทำให้การปรับลดงบดุลของเฟดกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น ในขณะที่ตลาดแรงงานและการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงมีความแข็งแกร่ง รวมถึงค่าจ้างมีการเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งตัว
ถึงแม้ว่าการเพิ่มขึ้นของการส่งออกและนโยบายการคลังในเชิงกระตุ้นเศรษฐกิจ จะเป็นปัจจัยใหม่ที่ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเจ้าหน้าที่เฟดจะจับตาเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กรรมการเฟดแต่ละคนจะทำการประเมินครั้งใหม่ต่อแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 20-21 มีนาคมนี้
4. ถ้อยแถลงของประธานเฟดกลับส่งผลให้อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 2.901% และดัชนีค่าเงินดอลลาร์แขํงค่าขึ้นที่ระดับ 99.04 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในตลาด Libor ระยะ 3 เดือนที่เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง พุ่งทะลุ 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
ทางด้านการเคลื่อนไหวของตลาดการเงินในยุโรป ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองตลาดการเงินในสหรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2008 เป็นต้นมา โดยสิ่งที่คาดว่าจะเป็นประเด็นตามมา ก็คือความกังวลในเรื่องอันตรายของภาวะการเงินที่ตึงตัว เนื่องจากต้นทุนทางการเงินของการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดความไม่แน่นอน รวมถึงความไม่คงของทิศทางเงินดอลลาร์ในอนาคต
5. นอกจากนี้ ปรากฏว่าตลาดหุ้นเอเชียอ่อนแรงช่วงเช้าวันพุธ หลังเฟดจะยังคงเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งปีนี้ และลดภาระงบดุลต่อเนื่อง นำโดยดัชนี HSI ฮ่องก ดิ่ลง 525.58 จุด หรือ 1.68% ที่ระดับ 30,743 ดัชนี NIKKEI 225 ของญี่ปุ่นร่วงลง 201.19 จุด หรือ 0.91% ทรงตัวที่ 22,309 ดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิตลดลง 0.32% ดัชนี KOSPI ร่วงลง 1.08% ดัชนี FBMKLCI มาเลเซีย ลดลง 0.64% ดัชนี FTSE STI สิงคโปร์ เปิดบวก 0.70% ก่อนลดลง 0.10%
ขณะที่หุ้นไทยยังคงแข็งแกร่งยีนในแดนบวกตั้งแต่เปิดตลาด เพิ่มขึ้น 6.66 จุด หรือ 0.36% ที่ระดับ 1,837.05 ส่วนเงินบาททรงตัวที่ 31.45 บาทต่อดอลลาร์