เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ร้านต๊วยเตี๋ยวหน้าร้านเฮงวานิช ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ นายสวิตต์ ศรีจินดา หรือ เปา กับเพื่อนรวม 6 คน ได้ไปดื่มสุรากันมา จากนั้นได้ไปแวะกินก๋วยเตี๋ยวที่ตั้งขายอยู่หน้าร้านเฮงวานิช ก็ไปเจอนายแชมป์ คู่กรณี ซึ่งนายแชมป์มากัน 3 คน นายสวิตต์ หรือเปา จึงเดินเข้าไปทักทายเพราะเคยรู้จักกัน แต่นายแชมป์พูดเหมือนจะอวดเบ่ง ทำให้นายสวิตต์ หรือ เปา กับพวกเข้าไปต่อยนายแชมป์ โดยมีเพื่อนๆ เข้าห้าม แต่ปรากฎว่านายแชมป์เจ็บหนัก ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ใน จ.บุรีรัมย์
เมื่อเหตุการณ์สงบลง เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว กับนายแชมป์ ผู้บาดเจ็บ ได้ไปแจ้งความที่ สภ.ละหานทราย ตำรวจได้เรียกตัวนายสวิตต์ หรือเปากับพวก 6 คน ไปรับทราบข้อกล่าวหา โดยนายสวิตต์ หรือเปายอมรับสารภาพ จนเรื่องไปถึงศาลและมีการนัดไกล่เกลี่ยกันที่ศาล นายสวิตต์ หรือเปาได้ชดใช้ค่าเสียหาย โดยการจ่ายเงินให้นายแชมป์ 15,000 บาท เป็นค่ารักษาพยาบาลและจ่ายให้ร้านก๋วยเตี๋ยวไป 4,750 บาท เพราะช่วงที่เกิดเหตุร้านก๋วยเตี๋ยวได้รับความเสียหาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละหานทราย มีหมายเรียกตัวนายกิตติศักดิ์ เพียงรัมย์ หรือแหลม ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ในช่วงนั้นนายแหลมไม่ได้อยู่บ้าน ยายของนายแหลม คือนางคำมูลฯ จึงไปแจ้งเรื่องที่ สภ.ละหานทราย ว่านายแหลมไม่ได้อยู่ที่บ้านในช่วงที่เกิดเหตุ ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2558 แล้วแต่เรื่องนี้เกิดเมื่อต้นปี 2559 ปรากฎว่านายแหลมกลับมาบ้านเมื่อปี 2560 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับดำเนินคดี
วันนี้นางคำมูล เพียงรำย์ ขอเรียกค่าเสียหายจากเจ้าทุกข์ เพราะว่านายแหลม หลานชายเป็นผู้บริสุทธิ์ เจ้าทุกข์คือนายฤทธิรงค์ ปะโคทัง (แชมป์) และร้านก๋วยเตี๋ยว ที่ชี้ตัวผิด อยากให้รับผิดชอบจำนวนเงิน 30,000 บาท ที่เป็นค่าเดินเรื่องคดี เพราะทุกวันนี้มีหนี้สินเยอะ เงินที่นำไปเดินเรื่องคดีก็ไปกู้เขามา อยากให้ พ.ต.ท.ไชยา แก้วยก เจ้าของคดี สภ.ละหานทราย ในขณะนั้น ช่วยประสานเจ้าทุกข์ ช่วยเยียวยาด้วย ตอนนี้ครอบครัวลำบากมาก