ล่าสุดวันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2561) นางบุญมากฯ และลูกชาย นายไวพจน์ รอดเกตุกุล ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าที่ สภ.ปากพลี จ.นครนายก ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกนางบุญมากฯ ไปสอบปากคำเมื่อหลายวันที่ผ่านมา ปรากฎว่าวันนี้ในเบื้องต้น นางบุญมากฯ ได้แจ้งความเอาผิดกับคนขุดดิน (ผู้รับเหมา) รายนี้
เรื่องนี้แม้ว่าจะผ่านมา 5 ปีแล้วก็ตาม นางบุญมากฯ ได้เดินสายร้องเรียนมาตลอดทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.นครนายก ที่ว่าการอำเภปากพลี สปก.นครนายก และที่ อบต.ท่าเรือ แต่เรื่องยังไม่มีความชัดเจน
นางบุญมากฯ เปิดเผยว่า แม้ว่าจะมีคำสั่งออกจากทางจังหวันครนายก ให้ขุดดินทำถนนได้ (งบประมาณผ่าน) แต่ด้วยขั้นตอนยังไม่เรียบร้อย ยังไม่มีการเซ็นอนุมัติจากผู้มีอำนาจในพื้นที่ คือ อบต.ทาเรือ และยังไม่มีการประชุมสภาฯ ทำไมส่งผู้รับเหมามาดำเนินการขุดดิน และขุดผิดที่ด้วย คือไปขุดดินในที่นาของฉัน
วันนี้หลังแจ้งความเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากพลี ได้รับปากกับนางบุญมากฯ ว่าไม่เกิน 3 วัน เรื่องนี้ต้องกระจ่างชัดเจน ใครผิดใครถูกต้องรู้
วันเดียวกันนายไวพจน์ฯ ลูกชายของนางบุญมากฯ ได้เดินทางไปที่ อบต.ท่าเรือ เพื่อจะขอพบกับปลัด อบต. เพราะเมื่อครั้งที่แล้วเคยมาร้องเรียนไว้ให้ปลัดช่วยตรวสอบ แต่วันนี้ปลัด อบต.ท่าเรือ ได้ลาป่วย นายไวพจน์ฯ จึงเดินทางไปพบผู้รับเหมาที่บ้านพักในพื้นที่ ทราบชื่อคือนายปิยะ บุญขีด หรือนายเวียง เพื่อจะสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและความรับผิดชอบ และอยากรู้ว่าคนที่สั่งให้นายปิยะฯ หรือนายเวียง ไปขุดดินในนาของแม่ตนคือใคร แต่นายปิยะฯ ปฎิเสธไม่บอก พูดเพียงว่าจะขอไกล่เกลี่ยให้เรื่องจบตรงที่ตัวเองไปขุดดิน แต่นายไวพจน์ฯ บอกว่า วันนี้จึงรู้แล้วว่า คนขุดดินในนาแม่ของตนคือใคร แต่ยืนยันจะเอาผิดคนที่สั่งการให้ขุดดิน ให้ถึงที่สุดด้วย
นายไวพจน์ฯ เปิดเผยต่อว่า คิดจะช่วยค่านำมันรถแบคโฮ เพื่อไปตักดินกลับคืนที่นา แต่ยังอยู่ในระหว่างพูดคุยยังไม่สรุป นายไวพจน์ฯ ยังย้ำคำพูดเดิม คืออยากจะรู้ว่าคนที่สั่งการให้นายปิยะฯ ไปขุดดินคือใคร เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้นแล้วกับที่นาของแม่ตน เนื่องจากนาข้าวก็ไม่ได้ทำต่อเนื่องมาเป็นปี และคนกลุ่มนี้ยังเคยไปข่มขู่แม่ของตนด้วย