แนะสังเกตคนใกล้ชิด ป้องกัน "ฆ่าตัวตาย"
26 ก.พ. 2561 | Ekkapon

"หมอเจษฏา"แนะสังเกตอาการคนใกล้ชิด ระบุกลุ่มเสี่ยง"ผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยเรื้อรัง" หากผิดปกติให้พูดคุยทันที ป้องกันการฆ่าตัวตาย โทรปรึกษาสายด่วนสุขภาจิต1323
ข่าว
26 ก.พ. 2561 | Ekkapon

"หมอเจษฏา"แนะสังเกตอาการคนใกล้ชิด ระบุกลุ่มเสี่ยง"ผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยเรื้อรัง" หากผิดปกติให้พูดคุยทันที ป้องกันการฆ่าตัวตาย โทรปรึกษาสายด่วนสุขภาจิต1323
"เฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้องรัง เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หากพบว่ามีการพูดในทำนองสั่งเสีย ไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ ขอให้ใส่ใจ รับฟัง พูดคุย เป็นเพื่อน อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพื่อให้ได้มีโอกาสระบายความรู้สึกออกมา แต่หากไม่ดีขึ้นขอให้พาไปพบจิตแพทย์ทันที"นพ.เจษฏา กล่าว
นพ.เจษฏา กล่าวอีกว่า รวมทั้งขอให้ทุกคนสังเกตตัวเองว่ามีความเครียดสะสมหรือไม่ เช่นวิตกกังวลมาก นอนไม่หลับ และหาวิธีการผ่อนคลายความเครียด เช่น ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ พูดคุยกับคนใกล้ชิด เป็นต้น หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 หรือ แอปพลิเคชันสบายใจSabaijai
นพ.เจษฏา โชคดำรงสุข
ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวต่อว่า การฆ่าตัวตายมาจากหลายสาเหตุ ประมาณร้อยละ 50 ที่พบว่ามาจากโรคซึมเศร้า คาดว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป เป็นโรคซึมเศร้า 1.5 ล้านคนได้มอบให้กรมสุขภาพจิต จัดทำโครงการค้นหาผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าในกลุ่มเสี่ยงเพื่อเพิ่มการเข้าถึงและลดความรุนแรงที่อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย โดยล่าสุดมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเข้าถึงบริการร้อยละ 55.40
"ทั้งนี้ ในปี 2559 ประเทศไทยมีอัตราผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จอยู่ที่ 6.35 ต่อประชากรแสนคน ประมาณการณ์ว่ามีแนวโน้มลดลง ได้ใช้กลยุทธ์การป้องกันการทำร้ายตัวเองซ้ำ เพิ่มการเข้าถึงบริการ ซึ่งจะช่วยลดการฆ่าตัวตายลงได้เฉลี่ย 300400 คนต่อปี"นพ.เจษฏา กล่าวในที่สุด