เนชั่นทีวี

ข่าว

คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เตรียมเปิดประชุม 26-28 ก.พ.

26 ก.พ. 2561 | te

คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เตรียมเปิดประชุม 26-28 ก.พ.

คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนเตรียมเปิดประชุม 26-28 กุมภาพันธ์นี้ มีแนวโน้มว่าจะหาช่องทางแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคคอมมิวนิสต์ เพื่อให้สี จิ้นผิง อยู่ในตำแหน่งผู้นำสูงสุดที่ทรงอำนาจตลอดกาล โดยอาจจะยกเลิกข้อกำหนดที่จำกัดให้อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีได้เพียง 2 วาระ


ทั้งนี้ จีนคาดหวังในช่วง 5 ปีข้างหน้า เตรียมที่จะเดินหน้าเปิดประเทศที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ โดยยกระกับการพัฒนาชนบทเป็นครั้งแรก มุ่งสู่การเป็นประเทศสังคมนิยมบนพื้นฐานพอกินพอใช้ในปี 2020 รวมทั้งมีความทันสมัยในปี 2035 จนกลายเป็นประเทศทรงอิทธิพลภายในปี 2050


ล่าสุด ทีมนักวิทยาศาสตร์ของจีนเผยความคืบหน้าผลิตเครื่องบิน Hypersonic โดยตั้งชื่อเครื่องบินต้นแบบนี้ว่า "I-plane" ซึ่งเป็นเครื่องบินที่มีความเร็วเหนือกว่าเสียงเกินกว่า 5 เท่า ที่จะทำให้สามารถขนส่งผู้โดยสารจากปักกิ่งไปถึงนิวยอร์กได้ใน 2 ชั่วโมงเท่านั้น


1. การประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 19 ครั้งที่ 3 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ ที่กรุงปักกิ่ง โดยเป็นการตัดสินใจของกรมการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน หลังจากที่ได้มีการประชุมร่วมกัน ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมาธิการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน จะรับหน้าที่เป็นประธานการประชุมครั้งนี้ด้วย
โดยวาระสำคัญในการประชุมมีแนวโน้มว่า จะเป็นการหาช่องทางแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อให้สี จิ้นผิง อยู่ในตำแหน่งผู้นำสูงสุดที่ทรงอำนาจตลอดกาล โดยอาจจะยกเลิกข้อกำหนดที่จำกัดให้อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีได้เพียง 2 วาระ

ทั้งนี้ การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 19 ที่มรขึ้นระหว่างวันที่ 18-24 ตุลาคมปีที่แล้ว โดยสี จิ้นผิง ได้รับการอนุมัติในตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นวาระที่ 2 พร้อมคณะกรรมการถาวรโปลิตบูโรชุดใหม่อีก 7 คน

โดยเฉพาะเพื่อให้อุดมการณ์ของสี จิ้นผิง ทั้ง 14 ข้อที่ถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญพรรคเป็นหลักปฏิบัติในการนำจีนไปสู่การเป็นประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่เจริญรุ่งเรือง แข็งแกร่ง และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง



2. ทั้งนี้ จีนในช่วง 5 ปีข้างหน้า ได้เตรียมพร้อมจะเดินหน้าเปิดประเทศที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ โดยชูการพัฒนาชนบทเป็นครั้งแรก มุ่งสู่การเป็นประเทศสังคมนิยมบนพื้นฐานพอกินพอใช้ในปี 2020 รวมทั้งมีความทันสมัยในปี 2035 จนกลายเป็นประเทศทรงอิทธิพลภายในปี 2050

ถึงแม้ว่าในช่วง 5 ปีแรกที่ผ่านมาของสี จิ้นผิง ได้พบกับความสำดร็จที่สามารถนำจีนเข้าสู่ยุคใหม่ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยที่เศรษฐกิจจีนมีการเติบโตที่เร่งตัวอย่างรวดเร็ว โดยที่ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นเป็น 13 ล้านล้านดอลลาร์นับจากปี 2013-2016



3. จีนเดินหน้าเปิดประเทศด้วนการส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเสมอภาค เตรียมปรับแก้กฎหมายกีดกันทางการค้า สนับสนุนการพัฒนาของบริษัทเอกชน และผ่อนคลายมาตรการการเข้าสู่ระบบตลาดในภาคธุรกิจและบริการ หลังจากได้เริ่มเปิดเสรีภาคการเงิน ตลาาดหุ้น และตลาดเงินตราต่างประเทศที่ปล่อยให้เงินหยวนมีการเคลื่อนไหวในทิศทางที่ลอยตัวภายใต้ระบบการจัดการ

การดำเนินยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiatives ตามเส้นทางสายไหมใหม่ที่ให้การสนับสนุนการลงทุนด้านเมกะโปรเจกต์ และความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศเชื่อมต่อ 3 ทวีปจากเอเชีย สู่ตะวันออกกลาง-แอฟริกา และยุโรป พร้อมๆ กับนโยบายที่เน้นการพัฒนาขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพ ทั่วถึง เท่าเทียมทั้งในเมืองและชนบทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน



4. ล่าสุด ทีมนักวิทยาศาสตร์ของจีนได้เปิดเผยความคืบหน้าผลิตเครื่องบิน Hypersonic โดยตั้งชื่อเครื่องบินต้นแบบนี้ว่า "I-plane" ซึ่งเป็นเครื่องบินที่มีความเร็วเหนือกว่าเสียงเกินกว่า 5 เท่า ที่จะทำให้สามารถขนส่งผู้โดยสารจากปักกิ่งไปถึงนิวยอร์กได้ใน 2 ชั่วโมงเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันการเดินทางจากปักกิ่งถึงนิวยอร์ก ระยะทางประมาณ 11,000 กิโลเมตรจะใช้เวลา 14 ชั่วโมง
ทั้งนี้ สถาบันวิทยาศาสตร์ของจีนในกรุงปักกิ่งได้เปิดเผยการทดลองผลิตเครื่องบินจำลองย่อส่วนในอุโมงค์ลมเพื่อประเมินผลการทดสอบ ซึ่งแบบจำลองนี้เร่งความเร็วได้มากกว่า 7 เท่าของความเร็วเสียง หรือราว 8,600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสามารถทำงานได้ดีเกินคาดการณ์


5. นอกจากนี้ ภายใต้แนวทางการพัฒนานวัตกรรมที่เรียกว่าแผน Made in China 2025 หลังจากเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2015 จีนยังได้สร้างบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก เช่น Baidu, Alibaba และ Tencent ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้กับ Google, Apple, Amazon และ Facebook ของสหรัฐ
ในขณะเดียวกันยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีของจีนเหล่านี้ ก็รับนโยบายจากรัฐบาลให้ร่วมกันทำวิจัยโลกอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีแห่งอนาคต และเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมของโลก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของจีนภายในปี 2050

ข่าวล่าสุด