เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก นายประทบ สุขสนาน รองประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากตัวแทนเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ให้ติดตาม 2 โครงการคือ โครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 180,000 ตัน ถือว่าล้มเหลว เพราะจัดซื้อยางไปได้เพียง 3,900 ตัน โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช และกระทรวงกลาโหมเท่านั้น
นายประทบ กล่าวว่า การจัดซื้อดังกล่าวชาวสวนยางไม่รับผลประโยชน์ สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นกับชาวสวนยาง การยื่นหนังสือดังกล่าว เพื่อให้รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรฯใช้อำนาจยับยั้งบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย และผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ยกเลิกโครงการจัดจ้างเอกชนเข้ามาจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมการส่งออกยางพารา (Cess) ซึ่งเอกชนได้รับส่วนแบ่งจากรายได้ทั้งหมดจำนวน 5 % เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งเดิมแต่ละปี กยท.จัดเก็บเอง จะมีรายได้ประมาณปีละ 8,000 ล้านบาท หากให้เอกชนเข้ามาจัดเก็บเงินแทน จะทำให้รายได้ตกเป็นของเอกชนปีละ 400 ล้านบาท 5 ปี รวมเป็นเงินทั้งหมด 2,000 ล้านบาท จึงสงสัยว่าอาจจะเป็นการจับมือนกับนายทุน เพื่อหาผลประโยชน์ร่วมกัน และสร้างความเสียหายให้แก่ชาวสวนยางและประเทศชาติ
นายประทบ กล่าวว่า ล่าสุด โครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ ขณะนี้ถูกสั่งชะลอแล้ว และที่ทำมาก็ไม่กระตุ้นราคายางให้สูงขึ้น ถือเป็นความล้มเหลวของโครงการ ส่วนโครงการจัดจ้างเอกชนจัดเก็บค่าธรรมเนียมการส่งออกยางพารา หาก พบว่าประธานบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย และผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ยังเดินหน้าจ้างเอกชนทำต่อ วันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ทางเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เตรียมหารือตั้งเวทีขับไล่ประธานบอร์ดการยางฯ และผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย และจะทำหนังสือยื่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต่อไปด้วย