ครูปรีชากล่าวว่าประเด็นในวันนี้ ขอฝากผู้สื่อข่าวที่เป็นสื่อกลางให้ไปถาม ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ให้หน่อยว่า วันนี้นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ้บ้าบิ่นได้รับการแจ้งความ จาก ร.ต.ท.จรูญ ว่าขายลอตเตอรี่ 30 ล้านเกินราคาให้ครูปรีชา สรุปแล้วก็อยากจะฝากไปถามนิดหนึ่งว่า ลอตเตอรี่เป็นของใคร เพราะทางฝ่ายโน้นได้แจ้งความ ว่าเจ้บ้าบิ่นได้ขายลอตเตอรี่เกินราคาให้ครูปรีชา ครูขอฝากถามแค่ประเด็นเดียว
ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงประเด็นของคนที่ชื่อเจ้กุ้ง ซึ่งครูปรีชาได้ตัดบทว่า ประเด็นของเจ้กุ้งครูได้ตอบไปแล้วเมื่อวานนี้ ว่าครูไม่เคยรู้จักคนที่ชื่อเจ้กุ้ง แต่เมื่อดูข่าวนิดหนึ่งก็เห็นเดินเป็นเงาๆอยู่ แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร ซึ่งจากการที่ได้คุยกับทางทนาย ทางทนายก็ดีนะ เพราะบอกให้รอทางกองปราบได้ทำการสรุปสำนวนก่อนแล้วค่อยมาว่ากันในภายหลัง ซึ่งหลังวันที่ 28 ก.พ.นี้แล้วค่อยว่ากัน และหลังจากนี้ครูของดการให้ข่าวที่โรงเรียนอีก
ถามว่า ทำไมครูต้องไปทำการอายัดบัญชีหมวดจรูญ เพราะเมื่อครูปรีชาชนะคดี ก็จะได้เงินอยู่แล้ว ซึ่งครูปรีชาตอบว่า ครูไม่ใช่นักกฎหมาย ซึ่งทุกอย่างต้องผ่านการเห็นชอบจากทนายความ เพราะเราไม่ได้เป็นนักกฎหมาย มาถามครู ครูก็ตอบไม่ได้หลังจากให้สัมภาษณ์สื่อแล้วเสร็จ ครูปรีชาจึงขอตัวไปโรงเรียน ซึ่งระหว่างนั้น สื่อได้พยายามสอบถามถึงกรณีที่ว่า หลังจากวันที่ 28 ก.พ.ไปแล้วถ้าทางกองปราบสรุปว่าลอตเตอรี่เป็นของหมวดจรูญ ครูจะยอมรับหรือไม่ จากคำถามดังกล่าวครูปรีชาได้บอกสื่อว่า เกิน 1 คำถามแล้ว และครูปรีชาได้เดินไปขึ้นรถยนต์กระบะทันที
แต่สื่อมวลชนก็ยังคงใช้ความพยายาม ในการซักถาม และได้ถามอีกว่า หากศาลตัดสินออกมาว่าลอตเตอรี่เป็นของหมวดจรูญ ครูประชาจะยอมรับหรือไม่ ซึ่งครูปรีชาได้ลงมาจากรถยนต์ พร้อมกับตอบว่า เมื่อศาลตัดสินแล้วใครหละจะไม่ยอมรับคำตัดสินของศาล นักข่าวเองหากมีคดี แล้วเมื่อศาลตัดสินออกมา นักข่าวจะยอมรับหรือไม่ ซึ่งครูปรีชาบอกกับสื่อว่า อย่าคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้า และคำถามนี้นักข่าวถามบ่อยมาก ดังนั้นขอให้ไปหาคำถามใหม่ๆมา