เนชั่นทีวี

ข่าว

โหวตคว่ำ 7 เสือ กกต.ร้องเพลงรอเลือกตั้งใหม่

22 ก.พ. 2561 | lastman

โหวตคว่ำ 7 เสือ กกต.ร้องเพลงรอเลือกตั้งใหม่

"ข่าวใหญ่ทางการเมือง" สนช.โหวตคว่ำรายชื่อ "ว่าที่ 7 เสือ กกต." ซึ่งหมายถึงผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน ด้วยคะแนนต่ำเตี้ยแค่หลักสิบ ไม่มีใครถึงหลักร้อยเลยแม้แต่คนเดียว ส่งผลให้ต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ ซึ่งยังไม่ชัดว่าต้องจบภายในกี่วัน และมติ สนช.ในครั้งนี้ หลายฝ่ายมองว่าจะส่งผลให้โรดแมพเลือกตั้งมีแนวโน้มเลื่อนออกไปอีก

การประชุม สนช.ในวันนี้ มีวาระสำคัญคือ พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จำนวน 7 คน ตามที่ "คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต." เสนอมา

โดยผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็น กกต.ชุดใหม่ 7 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ รายชื่อที่ผ่านจากคณะกรรมการสรรหาจำนวน 5 คน ได้แก่ นายเรืองวิทย์ เกษสุวรรณ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ นายอิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ นางชมพรรณ์ พงษ์เจริญ สุธีรชาติ และนายประชา เตรัตน์

อีกกลุ่มหนึ่งเป็นรายชื่อที่ได้รับการเสนอมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวน 2 คน ได้แก่ นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี / และนายปกรณ์ มหรรณพ

การโหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบว่าที่ กกต.ใหม่ทั้ง 7 คน เป็นการประชุมลับ ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ภายหลังการประชุม คุณพีระศักดิ์ พอจิต ประธาน สนช.คนที่ 2 ออกมาบอกว่า ขั้นตอนการลงมติเป็นการ "ลงมติลับ" โดยใช้วิธีการ "กาบัตรลงคะแนน" โดยผู้ที่ได้รับความเห็นชอบ จะต้องได้เสียง "เห็นชอบ" ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก สนช.เท่าที่มีอยู่ คือต้องได้คะแนนเสียง 124 คะแนนขึ้นไป ปรากฏว่าที่ประชุม สนช.มีมติเกินกึ่งหนึ่ง ไม่เห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต.ทั้ง 7 คน พูดง่ายๆ คือ "คว่ำทั้งชุด"

เรามาไล่ดูคะแนนที่ สนช.ให้ความเห็นชอบว่าที่ กกต.ทั้ง 7 คน จะเห็นได้ว่าคะแนนต่ำมาก ต่ำกว่า 50 คะแนนเกือบทุกคน ยกเว้นคุณประชา เตรัตน์ อดีตผู้ว่าฯหลายจังหวัดคนเดียวเท่านั้นที่ได้เกิน 50 คะแนน โดย คุณฐากร ได้ 27 คะแนน คุณประชา 57 คะแนน คุณเรืองวิทย์ 10 คะแนน คุณชมพรรณ 16 คะแนน คุณอิสสรีย์ 30 คะแนน นอกจากนั้น ว่าที่ กกต.จากสายศาล คือ คุณฉัตรไชย กับคุณปกรณ์ ยังได้คะแนนเพียง 46 กับ 41 คะแนน

ปัญหาที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ / ซึ่งเป็นข้อมูลที่ "ล่าความจริง" ได้พูดคุยกับสมาชิก สนช.หลายคนก็คือ เรื่องกระบวนการสรรหาใหม่ เพราะกฎหมายยังเขียนไม่ชัดว่า ให้เริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ภายใน 90 วัน หรือต้องสรรหาใหม่ให้เสร็จภายใน 90 วัน แต่ประเด็นก็คือ โอกาสที่ "โรดแมพเลือกตั้ง" จะถูกเลื่อนออกไปอีกมีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะไม่มี กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำงาน เนื่องจาก กกต.ชุดปัจจุบันซึ่งมี 5 คน และถูกเซ็ตซีโร่ มีสถานะเพียง "รักษาการ" เท่านั้น


และเมื่อกระบวนการสรรหารอบใหม่เสร็จสิ้น ก็ยังไม่มีหลักประกันว่า สนช.จะมีมติเห็นชอบ หรือลงมติ "คว่ำ" ซ้ำอีกรอบ เพราะต้องยอมรับว่า คุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่ง กกต.นั้น กำหนดไว้ "สูงมาก" เรียกง่ายๆ ว่า "สเปคเทพ" เช่น ต้องเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่่ำกว่าอธิบดี หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี เป็นต้น ทำให้ผู้สมัครที่จะผ่านคุณสมบัติ "สเปคเทพ" เข้ามาได้มีน้อยมาก อย่างการสรรหารอบแรกที่ สนช.เพิ่งมีมติคว่ำไป มีผู้สมัครประเภท "ดี-เด่น-ดัง" มากถึง 41 คน แต่ตกคุณสมบัติรอบแรกไปถึง 26 คน เหลือเพียง 15 คนเท่านั้นที่ผ่านรอบ 2 เข้ามาได้ / ก่อนที่จะคณะกรรมการสรรหาจะลงมติรอบสุดท้ายเหลือ 5 คน แล้วก็มาถูกคว่ำที่ สนช.ในที่สุด

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ท่านนายกฯลุงตู่ เพิ่งออกมาการันตีว่า สนช.จะไม่ "คว่ำกฎหมายลูก" 2 ฉบับที่ยังเหลือ คือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และกฎหมายลูกว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ส่งผลให้หลายฝ่ายใจชื้น เพราะ "โรดแมพเลือกตั้ง" จะเลื่อนออกไปอย่างช้าที่สุดคือเดือนมีนาคมปีหน้า ท่านนายกฯยังบอกว่าพวกม็อบอยากเลือกตั้งไม่ต้องชุมนุมแล้ว เพราะโรดแมพชัดเจนแล้ว แต่เมื่อ กกต.ชุดใหม่ยังไม่มี เพราะถูก สนช.คว่ำ การจัดการเลือกตั้งใหม่จะทำได้อย่างไร นี่คือโจทย์การเมืองข้อใหม่ที่หลังจากนี้คงมีเสียงวิจารณ์อย่างหนักแน่นอน

ข่าวล่าสุด