สน.ลุมพินี - เมื่อเวลา 01.15 น. วันที่ 19 ก.พ.2561 มีรายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.ลุมพินี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี เข้าจับกุมตัว Mr.john lane อายุ 67 ปี ผู้ต้องหาชาวอังกฤษ หลังก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้เสียหายเพื่อนร่วมชาติ โดยสามารถจับกุมได้ปากซอยสุขุมวิท 4
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ก.พ.เวลาประมาณ 01.00 น.ที่ผ่านมา นายไมเคิล จอร์น ทราเวิส (Mr.Travers Michael) อายุ 69 ปี นักธุรกิจชาวอังกฤษ ผู้เสียหาย ได้นั่งดื่มเครื่องดื่มที่ล็อบบี้ ชั้น 1 ของโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว แห่งหนึ่ง ย่านเพลินจิต ต่อมาได้เดินเข้ามาที่ลิฟท์ เพื่อที่จะกลับห้องพักเลขที่ 2515 ชั้น 25 ของโรงแรมดังกล่าว ระหว่างนั้นได้มีคนร้ายเป็นชายชาวต่างชาติ 1 คน เดินเข้ามาในลิฟต์ด้วย เมื่อผู้เสียหายออกจากลิฟต์เดินเข้าไปยังห้องพัก โดยคนร้ายได้เดินสะกดรอยตามมา จากนั้นคนร้ายได้ดันผู้เสียหายเข้าไปในห้อง แล้วล๊อคผู้เสียหายจนอยู่ในสภาพนอนหงาย พร้อมใช้หน้ากากอนามัยปิดตา แล้วใช้เชือกรองเท้าจับมัดมือทั้งสองข้าง จนไม่สามารถมองเห็นและขยับตัวได้
จากนั้นคนร้ายเริ่มค้นรื้อทรัพย์สิน ซึ่งทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปได้ ประกอบด้วย นาฬิกา ยี่ห้อ Panerai มูลค่ากว่า 2 แสนบาท และทรัพย์สินอื่นๆอีก 19 รายการ รวมเป็นจำนวนเงินประมาณ 440,781 บาท ต่อมาได้บังคับให้ผู้เสียหายบอกรหัส ATM ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยคนร้ายยังบังคับให้เหยื่อดื่มน้ำเข้าไป ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกมึนหัว อ่อนเพลีย ไม่มีแรงก่อนสลบไป กระทั่งผู้เสียหายรู้สึกตัวอีกครั้งเวลา 03.50 น.ของวันเดียวกัน และได้ลงมาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ของโรงแรม ก่อนมาแจ้งความร้องทุกข์กับทางตำรวจ สน.ลุมพินี
ต่อมาทางชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนกระทั่งพบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณทางเดินและในลิฟท์ของโรงรมปรากฎภาพคนร้ายเป็นชายชาวต่างชาติรูปร่างสูงท้วม สวมเสื้อเชิตแขนสั่น นุ่งกางเกงสแลค สะพายกระเป๋า กำลังเดินขึ้นลิฟท์ดังกล่าว จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนขอนุมัติหมายจับตามภาพ และนำภาพวงจรปิดไปติดตามโรงแรมหรูย่านสุขุมวิท ต่อมาทางตำรวจพบเบาะแสว่า คนร้ายได้เดินทางมาหาเหยื่อบริเวณสุขุมวิท ซอย 4 จึงนำกำลังไปตรวจสอบ จนสามารถจับกุมตัวไว้ได้
จากการสอบสวน ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่าไม่รู้จักกับผู้เสียหาย อีกทั้งไม่ยินยอมให้ข้อมูลเรื่องที่พัก ซึ่งเจ้าตัวไม่มีพาสปอตติดตัวมา แต่ทางผู้เสียหายชี้ตัวยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุจริง ประกอบกับมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่เห็นใบหน้าเจ้าตัวอย่างชัดเจน จึงทำให้เป็นหลักฐานมัดตัวผู้ต้องหารายนี้
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การต้องทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลอีกครั้ง ทั้งนี้ทางตำรวจยังมีแนวทางการสืบสวนพบว่าคนร้ายรายนี้มีภรรยาสาวเป็นชาวไทยที่คบหามานาน จนทราบว่าผู้ต้องหาอาศัยในประเทศไทยมาประมาณ 40 ปี และมีบ้านพักอยู่ที่ ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไปตรวจสอบ
สำหรับแผนประทุษกรรมในการก่อเหตุแต่ละครั้ง มักจะแฝงตัวในคราบนักท่องเที่ยว และมาเฝ้าดูเหยื่อเป็นชาวต่างชาติ ที่สูงวัย หรือมีอาการมึนเมาจากการมาท่องเที่ยว ตามล๊อบบี้ ของโรงแรมหรูๆ ย่านสุขุมวิท เมื่อสบโอกาส จะสะกดรอยตามเหยื่อก่อนลงมือก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งทางตำรวจพบเบาะแสว่าคนร้ายรายนี้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ในพื้นที่ สน.ลุมพินี และสน.ทองหล่อ
เบื้องต้นแจ้งข้อหา"ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนฯ"ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และมอบให้ผู้บังคับบัญชาแถลงผลการจับกุมอีกครั้ง ในเวลา 14.00 น.ต่อไป