ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรหัวหิน พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่เมื่อคืนเจ้าหน้าที่มีการตรวจค้นคลีนิกต้องสงสัยว่ารับทำแท้ง และเชิญเจ้าของคลีนิกมาแพทย์หญิงศรีสมัย เชื้อชาติ สอบปากคำ เบื้องต้น ยอมรับว่าซากทารก 4 ศพที่พบในกองขยะมาจากคลีนิกจริง แต่ยืนยันจาก ยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อบังคับแพทยสภาในการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมาย แม่ของทารกเข้าเกณฑ์ในการยุติการตั้งครรภ์ สำหรับรายละเอียดจากการสอบปากคำทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อที่มารอมากนัก ยังให้รอรายละเอียดเพิ่ม หลังจากการประชุมกับผู้การ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันนี้
แต่เมื่อมีการอ้างถึงข้อบังคับแพทยสภาในการยุติการตั้งครรภ์ ทีมข่าวของจึงลองไปค้นข้อมูลดูพบว่า การยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ตามมาตรา 305 (1) แห่งประมวลกฎหมายอาญา ให้เป็นไปตามเงื่อนไขคือ 1 เนื่องจากปัญหาสุขภาพทางกายของหญิงตั้งครรภ์ หรือ 2 มีปัญหาสุขภาพทางจิตของหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งจะต้องได้รับการรับรอง หรือเห็นชอบจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่มิใช่ผู้กระทำการยุติการตั้งครรภ์ อย่างน้อยหนึ่งคน 3 ในกรณีที่หญิงนั้นมีความเครียดอย่างรุนแรง เนื่องจากพบว่าทารกในครรภ์ มีหรือมีความเสี่ยงสูงที่จะมีความพิการอย่างรุนแรง ให้ถือว่าหญิงตั้งครรภ์นั้นมีปัญหาสุขภาพจิตตาม ข้อ 2
จากเงือนไขทั้ง 3 ข้อ ต้องหาผู้หญิงทั้ง 4 คนที่เข้ามาทำแท้งกับคลีนิกแห่งนี้ให้ได้ว่าไปเป็นข้อบังคับของแพทย์สภาหรือไม่
และตามที่แพทย์หญิงอ้างว่าคลีนิกตนเป็นคลีนิกเวชกรรมตามกฎหมายสามารถยุติการตั้งครรภได้ ทีมข่าวของเราก็ไปเปิดดูข้อบังแพทยน์ในประเด็นนี้พบว่า
การยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ตาม ต้องกระทำในสถานพยาบาล ที่เป็นโรงพยาบาลหรือหน่วยงานของรัฐที่ให้บริการรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน หรือ คลินิกเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล โดยสามารถปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ที่อายุครรภ์ไม่เกินสิบสองสัปดาห์
ดังนั้นความผิดพลาดของแพทย์หญิงเจ้าของคลีนิกคนนี้ ก็คือ การทำแท้งเด็กที่มีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ หรือ 3 เดือน แล้ว เนื่องจากซากตัวอ่อนทารกที่พบจำนวนหนึ่ง มีอายุ 6 เดือนแล้วววย้อนไปเมื่อคืนนี้ จุดแรกที่ตำรวจเข้าตรวจค้นคือศรีสมัยการแทพย์ เทศบาลเมืองหัวหิน สภาพเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น พบเจ้าของคลีนิค เป็นอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสามร้อยยอด ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นนายแพทย์ระดับ 7 โรงพยาบาลหัวหิน และพบลูกชายของแม่บ้านซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่ปรากฎในภาพวงจรปิดขณะนำถุงดำไปทิ้ง จุดที่ 2 เป็นบ้านของพี่สาวเจ้าของคลีนิค ห่าจากคลีนิคประมาณ 100 เมตร พบรถจักรยานยนต์คันเดียวกันกับที่พบในกล้องวงจรปิดขณะที่ชายต้องสงสัยนำถุงดำไปทิ้ง จุดสุดท้ายเป็นบ้านพักเจ้าของคลีนิคในตำบลทับใต้ พบหลักฐานเป็นที่นอนคล้ายเบาะคนไข้ หุ้มผ้าสีน้ำตาล พบถุงมือยางและกรดเกลือไว้ล้างคราบเลือด พร้อมกับผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่มีผู้พบว่าขนออกมาจากคลีนิคหลังเกิดเหตุ
เช้าวันนี้ทีมข่าวจึงเดินทางไปดูคลินีกดังกล่าวพบว่าปิดให้บริการ ด้านชาวบ้านที่พักอาศัยในละแวกใกล้เคียง ให้ข้อมูลว่า คลินิกแห่งนี้เป็นที่รู้จักของวัยรุ่นหญิงให้บริการ และชาวต่างชาติที่ท้องไม่พร้อมและต้องการทำแท้ง เพราะสังเกตเห็นคนที่เข้าใช้บริการส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวไม่ใช่ผู้ป่วยทั่วไป