นี่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่งในการดำเนินคดีนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารบริษัทอิตาเลี่ยนไทย จำกัด มหาชน กับพวกในข้อหาล่าสัตว์ป่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ นำโดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุด และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เข้าไปตรวจสอบบริเวณโดยรอบจุดที่ก๊วนล่าสัตว์ของนายเปรมชัย ตั้งแคมป์อยู่ ชิ้นส่วนที่พบเป็นกระดูกสัตว์ 2 ท่อน ชิ้นที่เป็นกระดูกสะโพกติดเชิงกราน และกระดูกขา จมอยู่ในน้ำเจ้าหน้าที่เค้าไปงมเก็บมาได้ คาดว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนเสือดำตัวนี้ สันนิษฐานว่าจะถูกตัดออกมาทำเป็นอาหาร กินเสร็จแล้วโยนทิ้งน้ำทำลายหลักฐาน
สำหรับเสือดำเคราะห์ร้ายตัวนี้ เจ้าหน้าที่เค้ากำลังเร่งตรวจสอบด้วยว่า เป็นตัวเดียวกับที่เคยตั้งกล้องเก็บภาพเสือดำเพศผู้ไว้ได้เมื่อปีที่แล้วหรือไม่ เพราะจุดที่ชำแหละเสือดำอยู่ห่างจากจุดที่ตั้งกล้องเพียงแค่ 100 เมตรเท่านั้น ซึ่งถ้านำชิ้นเนื้อไปตรวจดีเอ็นเอพบว่าเป็นเสือดำตัวผู้ก็น่าจะเป็นตัวเดียวกัน
เจ้าหน้าที่บอกว่าหนึ่งในก๊วนนายเปรมชัย ต้องรู้หรือเคยเห็นว่าเสือดำตัวนี้อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ จึงเข้ามาตั้งแคมป์และการนำปืนเข้าป่าถึง 3 กระบอก มีดอีก 6 เล่ม มีดแต่ละเล่มใช้แตกต่างกัน จึงเป็นการเจตนาจงใจเข้ามาล่าสัตว์ป่าอย่างแน่นอน
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบวิธีกระสุนและระยะการยิง พบว่าเสือดำตัวนี้ถูกยิงในระยะใกล้เพียง 14 เมตร แสดงว่าเสือดำตัวนี้ต้องเชื่องมากและคุ้นเคยกับคน จึงไม่หลบหนี จากความคุ้นเคยกับคน เสือจึงเข้าใจว่าคนคงไม่ทำร้ายมัน ในที่สุดจึงถูกล่า สันนิษฐานว่า เสือดำถูกยิงไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ด้วยปืนไม่น้อยกว่า 2 กระบอก เพราะกระสุนที่พบมีลักษณะแตกต่างกัน
จากหลักฐานที่พบเครื่องในเสือดำ มีน้ำหนักถึง 17 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำหนักตัว ประมาณ หนึ่งในสาม ฉะนั้นเสือดำตัวนี้ จะมีน้ำหนัก ราวๆ 50 กิโลกรัม ดังนั้น จึงต้องใช้สองคนยก มาชำแหละ เมื่อชำแหละแล้วนำเกลือป่น มาคลุกเพื่อรักษาหนัง รักษาอายุของหนัง ให้คงทนขึ้นอีก แล้วนำเนื้อเสือดำทั้งหมด กลับไปที่พัก ส่วนเครื่องใน ทิ้งไว้ข้างจุดชำแหละ
สำหรับหลักฐานทั้งหมดที่เก็บได้ในวันนี้ จะนำส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ เพื่อนำส่งเพื่อตรวจหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเป็นพยานในหลักฐาน คดี ต่อไป
สกัดเยื้องาช้างตรวจดีเอ็นเอ 3 สัปดาห์รู้ผล
ในส่วนของงาช้าง 2 คู่ที่เจ้าหน้าที่ไปยึดได้ตอนไปตรวจค้นบ้านพักของนายเปรมชัย วันนี้เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ ของกรมอุทยานสัตวป่าและพันธุ์พืชแห่งชาติ และตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำอุปกรณ์ไปตรวจดีเอ็นเอ ว่าเป็นงาช้างของแอฟริกา เอเชีย หรือไทย โดยเริ่มจากการชั่งน้ำหนักและวัดขนาดของงาช้าง จากนั้น ได้ทำการขูดเนื้อด้านในบริเวณโคนงา เพื่อตรวจสอบดีเอ็นเอ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ3สัปดาห์ จึงจะทราบผลว่าเป็นงาช้างใด ซึ่งปกติงาช้างที่สามารถครอบครองได้ จะเป็นงาช้างเอเชีย แตกต่างจากงาช้างแอฟริกา ที่ไม่สามารถครอบครองได้ เนื่องจากผิดอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ ไซเตส และจะมีความผิดข้อหาครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โทษจำคุก4ปี ปรับ40,000บาท
"ศรีวราห์" เผยยึดที่ดิน 6 พันไร่ รอสอบเปรมชัยฟอกเงิน?
ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบ รังเย็นรีสอร์ทในจังหวัดเลยของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อนายเปรมชัยเป็นกรรมการด้วยนั้นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล บอกว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ ขณะนี้ได้ตรวจยึดที่ดินกว่า 6,200 ไร่ และสิ่งปลูกสร้างไว้หมดแล้ว เบื้องต้นพบมีการทำผิดกฎหมายบุกรุกป่าไม้เพื่อการค้า ซึ่งเป็นความผิดมูลฐาน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อยู่ระหว่างขยายผลว่า มีการบุกรุกพื้นที่อื่นด้วยหรือไม่ โดย นายเปรมชัย มีชื่อเป็นหนึ่งในกรรมการบริษัท เบื้องต้นยังไม่พบว่านายเปรมชัยเซ็นเอกสารใดๆ แต่ก็ต้องรอผลการสอบสวนในเรื่องการฟอกเงิน
นั้นก็เป็นความเคลื่อนไหวในส่วนของการดำเนินคดีกับนายเปรมชัย
ครบกำหนดฝากขัง ลุ้น "เปรมชัย" ไปรายงานตัวที่ศาล?
ในวันพรุ่งนี้แล้วที่นายเปรมชัย กับพวก จะต้องเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรีในคดีล่าสัตว์ป่า เนื่องจากจะครบฝากขังครั้งที่ 2 ในวันอาทิตย์นี้ แต่ศาลปิดทำการจึงต้องมารายงานตัวในวันพรุ่งนี้ ซึ่งถ้าหากไม่มาศาลอาจมีสิทธิ์ถูกออกหมายจับได้
พลตำรวจเอก ศรีวราห์ บอกว่า ตามกำหนด นายเปรมชัย จะต้องมารายงานตัวต่อศาลในวันพรุ่งนี้(16 ก.พ.) เนื่องจากครบรอบ 12 วันหลังจากศาลให้ประกันตัว ถ้าหากไม่มาตามนัดศาลก็จะริบเงินประกัน และออกหมายจับตามขั้นตอน ซึ่งคาดเดาไม่ได้ว่าจะมาหรือไม่มา แต่ได้มีการกำชับไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกด่านให้เฝ้าระวังป้องกันการหลบหนี ส่วนการดำเนินคดีล่าสัตว์มั่นใจสามารถเอาผิดได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบวัตถุพยาน รวมถึงซากสัตว์ หนังเสือดำ อาวุธปืน วัตถุพยานต่างๆ โดยคาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน