ที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ หรือ UN ตัวแทนเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเล กระบี่-เทพา ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน นายสมนึก กรดเสือ บอกว่า วันนี้ยังมีประชาชนส่วนต่างมาแสดงพลังร่วมกันเพื่อยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เช่น การแถลงของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และวันพรุ่งนี้ 16 กุมภาพันธ์จะมีการพบกันของตัวแทนกระบี่เทพาและ ตัวแทนของสหประชาชาติ นอกจากนี้ภายในวัน สองวันนี้จะมีพี่น้องจากภาคใต้ขึ้นมาสมทบมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพิจารณาทจากท่าทีของรัฐบาลแล้วพบว่า
แม้จะมีการประกาศเลื่อนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาไปอีก 3 ปี หรือโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ที่เริ่มทำรายงานผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อมใหม่ แต่ทั้ง 2 โครงการยังดำเนินการเพื่อให้เกิดขึ้นด้วยวิธีต่างๆ เช่น การสร้างความขัดแย้งภายในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งชาวบ้านที่ตัดสินใจมาประท้วงอดอาหาร จะยังคงดำเนินต่อไป จนกว่าจะได้รับคำตอบที่พอใจจากรัฐบาล คือ ยุติการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เทพา และเทพา แม้ว่าการประท้วงอดอาหารจะต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 4 แล้ว โดยตลอด 3 วันที่ผ่านมา ยังไม่มีการตอบสนองจากรัฐบาล โดยเมื่อวานมีผู้อดอาหาร เป็นลมเข้า รพ.จำนวน 7 คน แต่ชาวบ้านที่ยังเหลืออยู่จะอดอาหารต่อไป
เมื่อถามต่อว่า ถ้าคัดค้านโดยไม่สนใจเหตุผลทางวิชาการแล้วประเทศจะเดินหน้าได้อย่างไร นายสมนึกบอกว่า สำหรับประเด็นนี้คนที่ไม่สนใจเหตุผลทางวิชาการคือรัฐบาลเอง 1.ประเทศไฟล้นเกินกว่า 1 หมื่นเมกกะวัตต์ทำไมรัฐบาลไม่พูด 2.ศักยภาพในการผลิตพลังงานหมุนเวียนในภาคใต้มีจำนวนมากทำไมรัฐบาลไม่ซื้อ 3.มีงานศึกษาเรื่องผลกระทบถ่านหินทำไมรัฐบาลไม่รับฟัง 4.ผู้นำในประเทศยุโรปประกาศปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน ประเทศเหล่านี้ล้าหลังทางด้านเทคโนโลยีกว่าประเทศไทยใช่หรือไม่จึงต้องปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน 5.ประเทศจะเดินหน้าอย่างไรนั้นหากส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ประเทศนี้จะสะอาด รายได้กระจายไปสู่พเมือง ไม่ใช่ผูกขาดเฉพาะกลุ่มทุนเพียงไม่กี่ตระกูลอย่างที่เป็นอยู่