"เรืองไกร" จี้สอบ "สมยศ" กู้ 300 ล้าน
15 ก.พ. 2561 | lastman

"เรืองไกร" ร้อง "ป.ป.ช." สอบ "สมยศ" กู้ 300 ล้าน จาก เจ้าของอาบอบนวด ชี้ หากไม่เสียดอกเบี้ย เข้าข่ายรับประโยชน์อื่นใด ตาม มาตรา 103 โทษทั้งจำทั้งปรับ
ข่าว
15 ก.พ. 2561 | lastman

"เรืองไกร" ร้อง "ป.ป.ช." สอบ "สมยศ" กู้ 300 ล้าน จาก เจ้าของอาบอบนวด ชี้ หากไม่เสียดอกเบี้ย เข้าข่ายรับประโยชน์อื่นใด ตาม มาตรา 103 โทษทั้งจำทั้งปรับ
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ผ่านนายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่ามีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ต่อ ป.ป.ช. จากเงินกู้ยืม 300 ล้านบาท ถูกต้องครบถ้วยตามกฎหมาย ป.ป.ช.หรือไม่ และมีการรับประโยชน์อื่นใดอันฝ่าฝืนกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 103 ด้วยหรือไม่
นายเรืองไกร กล่าวว่า ในเรื่องที่ไม่พบเงินที่กู้ยืม 300 ล้านบาทในบัญชีทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศ ไม่ติดใจ เพราะจากการชี้แจงว่าเป็นการกู้ยืมในช่วงปี 2558 ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินเมื่อครั้งเข้าดำรงตำแหน่ง สนช.แล้ว และอาจจะยื่นในส่วนของตำแหน่งอื่นที่ไม่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะได้ จึงไม่ได้ยื่นให้ตรวจสอบในฐานปกปิดทรัพย์สิน แต่ขอให้ตรวจสอบว่าหนี้เงินกู้ 300 ล้านบาท มีการแจ้งต่อ ป.ป.ช.อย่างถูกต้องหรือไม่
นายเรืองไกร กล่าวว่า หนี้เงินกู้ดังกล่าวมีการทำสัญญากู้ยืมเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ มีการรับเงินและคืนเงินผ่านธุรกรรมทางธนาคารจริงหรือไม่ และการกู้ยืมเงินดังกล่าว พล.ต.อ.สมยศ ได้เสียดอกเบี้ยให้กับนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของอาบอบนวดวิคตอเรียซีเคร็ท ซึ่งเป็นผู้ให้ยืมเงินหรือไม่ เพราะหากไม่เสียดอกเบี้ยก็จะเข้าข่ายได้รับผลประโยชน์อื่นใด ตามมาตรา 103 พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นขอให้ส่งเรื่องให้กรมสรรพากรตรวจสอบในประเด็นภาษีจากเงินกู้ยืมดังกล่าวอีกทางหนึ่งด้วย