เนชั่นทีวี

ข่าว

งาบหรือมั่ว? ชาวบ้านโวยเงินเยียวยาไฟใต้ล่องหน

14 ก.พ. 2561 | wanchat

งาบหรือมั่ว? ชาวบ้านโวยเงินเยียวยาไฟใต้ล่องหน

14 ปีไฟใต้...มีผู้เสียชีวิตไปแล้วราว 4,000 คน บาดเจ็บอีกมากกว่า 10,000 คน รัฐบาล 8 ชุด นายกรัฐมนตรี 7 คน ทุ่มเทงบประมาณลงไปแก้ไขปัญหาแล้วร่วม 3 แสนล้านบาท

งบประมาณส่วนหนึ่งถูกใช้ไปกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรง เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของ "รัฐ" ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนไม่ได้ 100%
แต่วันนี้การใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการ "เยียวยา" เริ่มมีปัญหา เพราะมีชาวบ้านรวมกลุ่มกันร้องเรียนต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ว่าพวกเขาได้รับเงินเยียวยาไม่ครบตามอัตราที่ควรจะได้รับ ตามที่เคยมีมติคณะรัฐมนตรีรับรองไว้ในอดีต
เหยื่อไฟใต้ที่ออกมาร้องเรียนมี 8 คน เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ 2 เหตุการณ์ คือ เหตุการณ์ซุ่มยิงรถนักเรียนและชาวบ้าน ที่บ้านภักดี ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา เมื่อวันที่ 9 เมษายน ปี 50 / และเหตุการณ์ตากใบ เมื่อปี 47
ทั้งสองกรณีมีมติคณะรัฐมนตรี และมติคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต. ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้จ่ายเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหรือทายาทในอัตรารายละ 7 ล้าน 5 แสนบาท เพราะถือว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ชาวบ้านกลุ่มนี้ร้องเรียนว่า พวกตนได้รับเงินเยียวยาไม่ครบ
อย่างชายคนนี้ เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์บ้านภักดีที่ต้องสูญเสียดวงตาข้างซ้ายไป เขาเล่าว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้รับเงินเยียวยาเป็นงวดๆ รวมแล้วแค่ 3 ล้าน 5 แสนบาท ไม่ครบ 7 ล้าน 5 แสนบาทตามที่เคยมีมติคณะรัฐมนตรี
จากการตรวจสอบของ "ล่าความจริง" พบว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบจ่ายเงินเยียวยา คือ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. / โดยชาวบ้านผู้ร้องเรียนสงสัยว่า เจ้าหน้าที่ ศอ.บต.บางรายอาจมีพฤติกรรมยักยอกเงินเยียวยา จึงร้องเรียนไปยัง คสช. / ทำให้ คสช.ส่งคณะทำงานลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล และประสาน ป.ป.ช.จังหวัดยะลาให้รับเรื่องไปตรวจสอบต่อ
ข้อมูลที่คณะทำงาน คสช.รวบรวมได้เบื้องต้น พบว่า ต้นตอของปัญหาเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะได้มีมติคณะรัฐมนตรีกำหนดอัตราการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ แยกเป็นกรณีๆ โดยกรณีสูงสุดอยู่ที่ 7 ล้าน 5 แสนบาท เป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้กระทำให้เกิดการเสียชีวิต และกรณีเหตุการณ์ตากใบ กับเหตุการณ์บ้านภักดี อยู่ในข่ายที่รัฐต้องจ่าย 7 ล้าน 5 แสนบาท

คณะทำงาน คสช.เห็นว่า มติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดอัตราเงินเยียวยาสูงสุดถึง 7 ล้าน 5 แสนบาทนั้น ไม่มีความชัดเจน ไม่สมเหตุสมผล และไม่สามารถอ้างอิงที่มาของอัตราที่กำหนดได้ว่ายึดโยงกับกฎหมายใด ทำให้ระเบียบการจ่ายเยียวยาที่ออกตามมา และมี ศอ.บต.เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบ มีปัญหาตามไปด้วย
จากการตรวจสอบเชิงลึกของคณะทำงาน คสช. ยังพบว่า ที่ผ่านมา ศอ.บต.ไม่ได้ออกหนังสือแจ้งผลการเยียวยา และไม่แจ้งสิทธิ์การอุทธรณ์คัดค้าน หากผู้ได้รับผลกระทบไม่พอใจผลการเยียวยา รวมทั้งไม่แจ้งงวดการชำระเงินเยียวยาที่ชัดเจน ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ได้รับผลกระทบต้องทราบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ป้องกันการถูกร้องเรียนในภายหลัง ยิ่งไปกว่านั้น ที่ผ่านมาเคยมีชาวบ้านยื่นเรื่องร้องเรียนกับ ศอ.บต. แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ
สำหรับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมี 2 ระดับ คือระดับพื้นที่ ได้มีการประสานให้สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดยะลา เข้ามาตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด เพื่อสรุปให้ได้ว่าปัญหาการจ่ายเงินเยียวยาที่ชาวบ้านได้ไม่ครบ เกิดจากการทุจริตของเจ้าหน้าที่ หรือเป็นปัญหาของระเบียบปฏิบัติที่ไม่ชัดเจน หรือเป็นความบกพร่องอย่างอื่น
ส่วนในระดับนโยบาย รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมไปพิจารณาแก้ไขปรับปรุงระเบียบการเยียวยาให้มีความชัดเจนสมเหตุสมผล และเป็นอัตราเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นมาตรฐานและลดความเหลื่อมล้ำ โดยรัฐบาลจะเพิ่มกระบวนการดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในระยะยาวมาทดแทน เช่น ดูแลฟื้นฟูคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพ และมอบทุนการศึกษาบุตร
"ล่าความจริง" ได้สอบถามเรื่องนี้ไปยัง นายกิตติ สุระคำแหง รองเลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักบริหารงานยุติธรรม รับผิดชอบการจ่ายเยียวยา ได้รับคำชี้แจงว่า การจ่ายเยียวยาเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และมติ กพต. อย่างกรณีตากใบ กับกรณีบ้านภักดี ได้รับ 7 ล้าน 5 แสนบาท กรณีเหล่านี้จ่ายไปทั้งหมดแล้ว ไม่มีตกค้าง
ล่าสุด ศอ.บต.ได้ส่งเอกสารชี้แจงปัญหาการจ่ายเงินเยียวยาไปยังรัฐบาล / เป็นเอกสารรายงานการอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ จำนวน 21 ราย ใช้งบประมาณราว 21 ล้านบาท แต่การจ่ายเงินเยียวยารอบนี้เป็นคนละกลุ่มกับชาวบ้านที่เข้าร้องเรียนกับ คสช.ล่าสุด

ข่าวล่าสุด