เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 12 ก.พ. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงคดี นายเปรมชัยและพวกเข้าไปล่าสัตว์ในเขตป่าสงวนว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ร่วมสืบสวนสอบสวนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการสอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก รวมถึงเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงของเรื่องราวทั้งหมด
ทั้งนี้ จากการสอบสวนพบว่า นายเปรมชัยและพวก ที่เข้าไปในเขตป่าสงวนตั้งแต่วันที่ 3-5 ก.พ. ซึ่งทางตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ ได้รับเรื่องในวันที่ 6 ก.พ. อย่างไรก็ตาม ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงานก่อน เบื้องต้นนายเปรมชัยและพวกเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามดังกล่าว เป็นไปตามที่สื่อได้นำเสนอ โดยนายนพดล ได้ประสานมายัง ผอ.กาญจนา ก่อนที่ทาง ผอ.กาญจนา จะประสานไปยังหัวหน้าวิเชียร ซึ่งทางหัวหน้าวิเชียร ได้ทำหนังสือไปยังสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี แต่ยังไม่มีการลงนามในหนังสือขออนุญาต อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงในส่วนนี้ต้องสอบปากคำอย่างละเอียด รวมทั้งจะต้องเชิญตัวนายนพดล มาทำการสอบปากคำในฐานะพยานด้วย
พล.ต.ต.ปัญญา เปิดเผยว่า ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวน บก.ปทส. ได้ออกหมายเรียก และเชิญตัวนายนพดล มาสอบปากคำในฐานะพยานแล้ว เนื่องจากถูกพาดพิงว่า เป็นคนประสานไปยัง ผอ.กาญจนา เพื่อให้นายเปรมชัยและพวก เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว ตามขั้นตอน โดยได้ส่งหมายเรียกไปทางทะเบียนราษฎร์ตามภูมิลำเนา รวมทั้งประสานไปยังกรมอุทยานอีกทางหนึ่ง เพราะเป็นอดีตข้าราชการระดับสูง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อนายนพดลได้ โดยส่วนตัวเชื่อว่านายนพดล จะเดินทางเข้าให้ปากคำตามหมายเรียกในวันที่ 15 ก.พ. นี้
ผบก.ปทส. เปิดเผยด้วยว่า ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ได้เดินทางไปสอบปากคำเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่บริเวณทางเข้า ซึ่งในรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ส่วนสำนวนคดีทางพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ เป็นผู้รับผิดชอบคดี ขอเวลาให้ทางเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน
พล.ต.ต.ปัญญา กล่าวอีกว่า สำหรับที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ถึงไม่ดำเนินการหาคนยิง ในส่วนนี้ขอยืนยันว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจได้สั่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ตั้งแต่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากจุดดังกล่าวระยะทางต้องเดินเท้าเข้าไปกว่า 8 กิโลเมตร ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่าง 3-5 ก.พ. แต่มีการส่งมอบเรื่องกันในวันที่ 6 ก.พ. และทางบก.ปทส.ได้เข้าร่วมสอบวันที่ 9 ก.พ. ซึ่งต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอาวุธปืน โดยได้มีการประสานตรวจสอบใบ ป.4 เลขอาวุธปืนมีหรือไม่ รวมถึงซากสัตว์ที่ตรวจพบ อย่างไรก็ตาม หากขั้นตอนของการตรวจสอบพยานหลักฐาน แล้วมีข้อสงสัย ก็ต้องเรียกตัวนายเปรมชัย และพวกมาสอบสวนเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม หากถามว่านายเปรมชัยและพวกเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวกี่ครั้ง ในส่วนนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของทางกรมอุทยานฯ เนื่องจากเป็นผู้ให้อนุญาต ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ประสานขอหลักฐานกับทางกรมอุทยานไปแล้ว และอยู่ในระหว่างการดำเนินการ แต่ที่ชัดเจนขณะนี้ จากการเรียกเจ้าหน้าที่อุทยานมาสอบปากคำ ทุกคนให้การเป็นประโยชน์ สิ่งที่ยืนยันได้คือนายเปรมชัยและพวกอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างแน่นอน แต่ก็ต้องสอบว่าได้รับการอนุญาตเข้าไปได้อย่างไร
พล.ต.ต.ปัญญา เปิดเผยว่า ส่วนการตรวจสอบบ้านพักซึ่งเป็นรีสอร์ตของนายเปรมชัย ได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปตรวจสอบรีสอร์ตที่ภูเรือ จ.เลย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เป็นบ้านพักหรือไม่อย่างไร อีกทั้งได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลว่า นายเปรมชัย มีที่พักบริเวณใดบ้าง ขณะนี้ทราบเพียงว่า นอกจากที่ภูเรือแล้วยังไม่พบข้อมูลว่ามีบ้านพักที่ใดอีก ในส่วนของซากเสือดำ ที่ว่ามีการแล่อย่างชำนาญในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่ มีขั้นตอนในการพิสูจน์ รวมทั้งแนวทางการสืบสวนที่จะต้องตรวจสอบปูมหลังของแต่ละบุคคล ในส่วนนี้ยังไม่ขอเปิด