เมื่อเช้านี้ ร้อยตำรวจโท จรูญ วิมูล และ และ ครูปรีชา ใคร่ครวญ เดินทางไปที่ศาลแพ่งจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมกันกำหนดประเด็นนำสืบข้อพิพาทในคดีข้อหาละเมิดลาภมิควรได้ คดีนี้ครูปรีชา เค้าได้ยื่นฟ้อง หมวดจรูญ ตั้งแต่เป็นคดีใหม่ๆ เมื่อเริ่มการพิจารณาศาลได้สอบถามหมวดจรูญ ว่าจะรับสารภาพหรือปฎิเสธ หมวดจรูญ ยืนยันให้การปฎิเสธ ศาลจึงให้ทั้งสองฝ่ายเสนอรายชื่อและกำหนดประเด็นนำสืบ
สำหรับการกำหนดพยานและประเด็นนำสืบ ศาลก็จะดูรายชื่อพยานว่าเกี่ยวข้องกับคดีในส่วนไหน และจะเบิกความในประเด็นใดเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ ถ้าเกี่ยวข้องและศาลต้องการข้อมูลจากพยานปากนี้ก็จะอนุญาตให้เข้าเบิกความ แต่ถ้าศาลเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องก็จะตัดพยานปากนี้ออกไป เพื่อไม่ให้คดีเกิดความล่าช้า
สรุปแล้วครูปรีชาซึ่งเป็นโจทก์ ศาลให้นำพยานเข้าเบิกความรวม 15 ปาก ส่วนพยานหมวดจรูญ ยังไม่ได้ระบุจำนวนพยาน และขอส่งรายชื่อให้ศาลพิจารณาภายหลัง โดยศาลนัดสืบพยานโจทก์ปากแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม นี้ ส่วนฝ่ายจำเลยนัดสืบพยานครั้งแรกวันที่ 7 พฤษภาคม
ภายหลังเดินทางออกจากศาลแล้ว นายเกรียงไกร นาควะรี ทนายความครูปรีชา บอกว่า สำหรับพยานที่มีอยู่ 15 ปาก ส่วนใหญ่เป็นพยานที่มีอยู่ในสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว นอกจากนี้ยังมีพยานบุคคลปากอื่นๆ รวมทั้งพยานวัตถุ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
สำหรับวันนี้เป็นการเจอกันครั้งแรกหลังจากเป็นคดีความ ผู้สื่อข่าวเค้าก็ไปถามครูปรีชา ว่า เจอกับหมวดจรูญ วันนี้เป็นยังไงบ้าง ครูปรีชา ก็บอกว่า ในฐานะที่ตัวเองเป็นรุ่นน้อง ก็ต้องยกมือไหว้รุ่นพี่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ซึ่งหมวดจรูญเองก็ยกมือไหว้ตอบเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน และจนถึงขณะนี้ก็ยังคงยืนยันและมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นว่าลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 เป็นของตน ซึ่งเราเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ
ทางด้านหมวดจรูญ ก็บอกว่า จนถึงขณะนี้ก็ยังมีความมั่นใจถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าศาลท่านคงจะให้ความเป็นธรรมได้
นั่่นก็เป็นความคืบหน้าในส่วนของคดีแพ่ง แต่สำหรับคดีอาญายังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ซึ่งก็คงจะมีความชัดเจนออกมาในเร็วๆนี้