ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้ทำหนังสือถึงธนาคารกรุงไทยให้ทำการอายัดเงินในบัญชีของ ร.ต.ท.จรูญ ซึ่งคงเหลือในบัญชีประมาณ 24 ล้านบาท ไว้ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.2560 ต่อมา นายปรีชา ได้ขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อทำการอายัดเงินในบัญชีของ ร.ต.ท.จรูญ อีกครั้ง โดยศาลจังหวัดกาญจนบุรี คดีแพ่ง ได้นัดให้คู่ความ คือ ครูปรีชา กับ ร.ต.ท.จรูญ ไปพบเป็นนัดแรกในวันนี้ (12 ก.พ. 61)
ล่าสุดวันที่ 11 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านพักของ ครูปรีชา ปรากฏว่า บ้านปิดเงียบ แต่มีรถยนต์กระบะ 2 คัน และรถยนต์เก๋ง 1 คัน จอดไว้ที่โรงจอดรถ และไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ภายในบ้าน ผู้สื่อข่าวจึงกดกริ่ง พร้อมกับตะโกนเรียก ครูปรีชา และผู้ที่อยู่ในบ้าน เพื่อจะขอสัมภาษณ์
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่นานกว่า 30 นาที แต่ก็ไม่มีใครออกมาพบแต่อย่างใด จึงกลับออกมา จากนั้นจึงได้พยายามติดต่อ ครูปรีชา ผ่านทางโทรศัพท์ โดย ครูปรีชา พูดเพียงสั้นๆ ว่า กำลังทำธุระอยู่ ไม่สะดวกคุย และรีบวางสายไปทันที
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านพักของ ร.ต.ท.จรูญ โดย ร.ต.ท.จรูญ ได้กล่าวเล่าย้อนหลังให้ฟังว่า หลังจากที่ได้รับเงินรางวัลจำนวนดังกล่าวที่หักภาษีแล้วก็นำไปเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย และได้เบิกเงินออกมาใช้จ่ายค่าบ้าน ค่ารถยนต์ จำนวน 5,500,000 บาท แต่ปรากฏว่า หลังจากนั้นได้ถูกพนักงานสอบสวนทำเรื่องอายัดเงินในบัญชีไว้ และต่อมา นายปรีชา ก็ได้ทำเรื่องขอให้ศาลทำการอายัดเงินซ้ำไปอีกครั้ง ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรี คดีแพ่ง ได้นัดให้ไปขึ้นศาลในวันพรุ่งนี้
"ไม่ได้รู้สึกอะไรที่ในวันจะเจอกับครูปรีชา เพราะความจริงก็คือความจริง และหากศาลจะให้คู่ความไกล่เกลี่ยกัน ผมก็คงไม่ไกล่เกลี่ย และไม่รู้จะคุยอะไรกันแล้ว เพราะเลยขั้นตอนที่จะพูดคุยกันแล้ว โดยจะไม่พูดคุยอะไรทั้งนั้น ซึ่งคิดว่าใครทำอะไรย่อมรู้อยู่แก่ใจ ใครจะพูดจริง และใครจะยอมรับความจริง ที่จะไปขึ้นศาล ก็ไม่ได้กังวล หวั่นวิตก หรือเครียด แต่อย่างใด"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าว เป็นคดีหมายเลขดำ พ.1230/2560 ที่ ครูปรีชา ได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี คดีแพ่ง กล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ ในข้อหา ละเมิดลาภมิควรได้ ซึ่งศาลได้นัดคู่ความเป็นนัดแรกในวันนี้ (12 ก.พ.61) เวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นนัดชี้เพื่อกำหนดประเด็นนำสืบ เพื่อเรียกเงิน 30 ล้านบาท โดยจะเป็นการเจอกันที่ศาลครั้งแรกของทั้งคู่อีกด้วย