พันตำรวจโทวันนพ จินตนกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปท. พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ รพ.สต.เขาน้อย อำเภอภูเวียงจังหวัดขอนแก่น ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีการนำรายชื่อชาวบ้าน เอกสารบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน ไปเบิกเงินโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคนไร้ที่พึ่งและคนขอทาน หรือเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดขอนแก่น เป็นเงินกว่า 6.9 ล้านบาท
ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปท. กล่าวว่า จากการสอบถามชาวบ้านที่มีรายชื่อในเอกสารซึ่งส่วนใหญ่เป็น อสม. ยืนยันว่า ไม่ได้รับเงินตามโครงการแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าได้ให้เอกสารให้กับเจ้าหน้าที่ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดขอนแก่น โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า ใช้ประกอบเอกสารเบิกเงินค่าดูแลผู้ป่วยเดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 6 เดือน เป็นงบโครงการดูแลผู้ป่วยโรคจิต ไม่ใช่เงินของโครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ซึ่งหลังจากนี้จะเสนอไปยังคณะกรรมการ ปปท. เพื่อแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง
การตรวจสอบโครงการเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ สืบเนื่องมาจากมีนักศึกษาฝึกงาน ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่ให้ปลอมลายมือชื่อชาวบ้าน เพื่อเบิกจ่ายเงินโครงการฯ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มรายได้ไม่เพียงพอต่อการครองชีพ จำนวนรายละ 2,000 บาท เงินสงเคราะห์ผู้ติดเชื้อเอดส์ จำนวนรายละ 2,000 บาท และทุนประกอบอาชีพต่อผู้มีรายได้น้อย จำนวนรายละ 3,000 บาท ซึ่งพบว่า มีไม่ต่ำกว่า 2 พันคน รวมเป็นเงินประมาณ 6.9 ล้านบาทซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายทุจริตของเจ้าหน้าที่
จากนั้นในช่วงบ่าย ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปท. พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเขื่อน หมู่ที่ 3 ต.บ้านเหล่า อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เพื่อขอข้อมูลและข้อเท็จจริงจากชาวบ้านกลุ่มอาชีพประดิษฐ์วัสดุจากผ้า มีสมาชิกอยู่จำนวน 30 คน ซึ่งเป็นชาวบ้านอีกหนึ่งกลุ่มที่อ้างว่า ถูกศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่นทุจริตเงินสนับสนับสนุน โดยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ได้ให้สมาชิกกลุ่มฯ แต่ละคนให้ข้อมูลเป็นรายบุคคล เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเตรียมเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
นางสาวดวงฤดี สมวงษา อายุ 51 อยู่บ้านเลขที่ 5/4 หมู่ 4 ต.บ้านเหล่า อ.บ้านฝาง ซึ่งเป็นประธานกลุ่มอาชีพประดิษฐ์วัสดุจากผ้า กล่าวว่า ตนและชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มอาชีพประดิษฐ์วัสดุจากผ้าขึ้นในปี 2545 พื่อเป็นแหล่งสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชน กระทั้งในปี 2559 ได้มีเจ้าหน้าที่ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น เข้ามาในชุมชนโดยแจ้งว่าจะมีเงินสนับสนุนในการพัฒนาอาชีพให้กับทางกลุ่มฯ โดยให้กลุ่มอาชีพฯเขียนโครงการไปยังศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ทางกลุ่มอาชีพฯ จึงได้มีการประชุมและส่งโครงการประดิษฐ์วัสดุจากผ้าที่มีอยู่ไป จากนั้นเพียง 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น จำนวน 3 คน ได้นำเงินมามอบให้ จำนวน 30,000 บาท เมื่อวันที่ 15 พ.ย.59 เพื่อเป็นเงินสนับสนุนในการพัฒนาอาชีพ ซึ่งตอนนั้นตนก็แปลกใจว่า เหตุใดการอนุมัติงบประมาณจึงทำได้อย่างรวดเร็ว โเยใช้เวลาเพียง 7 วันเท่านั้น
ด้านนางโสภา จอมคำสิงห์ อายุ 51 บ้านเลขที่ 55 บ้านเหล่า หมู่ 3 ต.บ้านเหล่า หนึ่งในสมาชิกกลุ่มอาชีพประดิษฐ์วัสดุจากผ้า กล่าวว่า ในวันที่เจ้าหน้าที่ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น นำเงินมามอบให้ ยอมรับว่า ดีใจมากที่หน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญกับชาวบ้านด้วยการสนับสนุนงบประมาณเพื่อใช้ในการพัฒนาอาชีพในชุมชน ซึ่งตนก็เข้าใจมาโเยตลอดว่าการดำเนินการของหน่วยงานที่นำเงินมามอบให้ เป็นไปด้วยความสุจริตและโปร่งใส กระทั้งมาทราบในภายหลัง หลังจากที่มีการร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ทุจริตด้วยการปลอมแปลงเองสาร กระทั้งมาทราบในภายหลังว่า เงินสนับสนุนที่ทางศูนย์คุ้มครองฯ นำมามอบให้นั้นไม่เต็มจำนวนตามที่เอกสารการเบิกจ่ายที่จะได้รับจริง คือ จำนวน 90,000 บาท แต่ทางกลุ่มกลับได้รับมาเพียง 30,000 บาทเท่านั้น ส่วนเงินที่เหลืออีก 60,000 บาท ไม่ทราบว่าทางศูนย์คุ้มครองฯ ดำเนินการอย่างไร ซึ่งตนมองว่า หากเงินจำนวนดังกล่าวถูกจัดสรรค์มายังกลุ่มอาชีพตามความเป็นจริง ป่านนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสมาชิกจะสามารถพัฒนาและต่อยอดไปได้มากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบและเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตอย่างถึงที่สุด