ผู้พิพากษาท่านนี้บอกกับ "ล่าความจริง" ว่า ไม่อยากให้สังคมสับสนเกี่ยวกับเรื่องพยานหลักฐานในการเอาผิดผู้ต้องหาในคดีอาญา เพราะการไม่มี "ประจักษ์พยาน" เห็นขณะกระทำความผิด ไม่ใช่ข้อหนักใจของศาล เนื่องจากคดีจำนวนมากที่ศาลลงโทษ ก็ไม่มีประจักษ์พยานเช่นกัน อย่างเช่น คดีหมอฆ่าภรรยาตัวเอง ซึ่งเคยเป็นคดีดังในอดีต ที่ฆ่าแล้วหั่นศพ แล่ชิ้นเนื้อทิ้งชักโครก คดีนั้นก็ไม่มีประจักษ์พยาน แต่ใช้พยานแวดล้อมมัดตัวผู้กระทำความผิด จนศาลพิพากษาลงโทษ
ผู้พิพากษายกตัวอย่างคดีล่าสัตว์ แม้กฎหมายจะกำหนดนิยามคำว่า "ล่า" เอาไว้ แต่การที่จะบอกว่าผู้ต้องหา "ล่าสัตว์หรือไม่" ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องมีคนเห็นตอนล่าเท่านั้นเพราะยังมีพยานแวดล้อมอื่นๆ อีกมาก หากนำมาต่อเป็นจิ๊กซอว์ที่สมบูรณ์ ก็สามารถลงโทษผู้กระทำความผิดได้เช่นเดียวกัน สมมติว่า ผู้ต้องหาสำคัญอ้างว่าไม่ได้เป็นคนยิงเอง แต่ปรากฏว่าคนยิงอยู่ใต้อำนาจของผู้ต้องหา เช่น เป็นลูกน้อง ประกอบกับปืนก็เป็นของตนเอง และตัวเองก็อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แบบนี้ก็ต้องถือว่าร่วมกันกระทำความผิดในฐานะ "ตัวการร่วม" ซึ่งหมายถึงร่วมกันกระทำความผิด
ผู้พิพากษาท่านนี้ ยังให้ความเห็นกรณีมีนักกฎหมายบางรายมองว่า หากผู้ต้องหาสำคัญให้ลูกน้องรับผิดแทนว่าเป็นคนยิงสัตว์ ผู้ต้องหาสำคัญก็จะพ้นผิด หรือมีความผิดแค่ "เป็นผู้สนับสนุน" รับโทษน้อยมาก ซึ่งผู้พิพากษามองว่า มองแบบนี้เป็นทัศนะที่ผิด เพราะการเป็น "ตัวการร่วม" ไม่จำเป็นต้องลงมือทำเอง แต่แค่แบ่งงานกันทำ ก็ต้องรับโทษสูงสุดเท่ากันแล้ว เช่น ไปขโมยของในบ้าน ไปกัน 2 คน คนหนึ่งยืนเฝ้าหน้าบ้าน อีกคนไปขโมยของในบ้าน แบบนี้ความผิดเท่ากัน แม้คนที่ยืนเฝ้าหน้าบ้านจะไม่ได้จับทรัพย์ที่ขโมยเลยก็ตามเพราะถือว่าแบ่งงานกันทำ
หรือแม้ไม่ได้แบ่งงานกันทำ แต่เป็นการ "สั่งให้ทำ" คนสั่งก็จะมีความผิดฐานเป็น "ผู้ใช้ จ้างวาน" ต้องรับโทษเท่าตัวการ ฉะนั้นสิ่งที่ศาลมักกังวลเสมอเวลามีคดีลักษณะนี้ จึงไม่ใช่เรื่อง "ประจักษ์พยาน" แต่เป็นการรวบรวมพยานหลักฐานในชั้นสอบสวน ว่าสามารถรวบรวมมาได้ครบสมบูรณ์หรือไม่ โดยเฉพาะพยานแวดล้อม และพยานนิติวิทยาศาสตร์ต่างๆ เพื่อที่จะบ่งบอกว่า "ผู้ร้ายตัวจริงคือใคร"นี่คือความเห็นที่น่าสนใจอย่างมากของท่านผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งเคยตัดสินคดีสำคัญมามากมาย โดยท่านย้ำว่า การตัดสินคดีที่ต้องพึ่งพาเพียง "ประจักษ์พยาน" เป็นเรื่องโบราณไปแล้ว ฉะนั้นภาระหนักจึงอยู่ที่พนักงานสอบสวน ก็คือตำรวจ ว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ได้หนักแน่นมากน้อยเพียงใด