พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า หลังสอบปากคำ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ชุดจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด และพวกรวม 4 คน พร้อมของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครอง อาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก โดย นายวิเชียร สารภาพ ไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 110 บาท ซึ่งเป็นค่าเข้าคนละ 20 บาทและค่านำรถเข้าพื้นที่ 30 บาทจริง จึงต้องรายงานให้กรมอุทยานฯ พิจารณาดำเนินการซึ่งสามารถเอาผิดได้ทั้งทางวินัย และอาญา หากมีการร้องทุกข์ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่หากกรมอุทยานฯพิจารณาว่าอยู่ในอำนาจ ก็ อาจมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนได้ เพราะตามระเบียบเจ้าหน้าที่สามารถงดเว้นค่าธรรมเนียมได้ แต่ต้องทำหนังสือขออนุญาตตามขั้นตอน ซึ่งปรากฎว่า นายเปรมชัย ไม่ได้ทำหนังสืออนุญาต มีเพียงนายวิเชียร เป็นผู้ทำเรื่องฝ่ายเดียว เพื่อเสนอผู้อำนวยการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรขออนุญาตให้นายเปรมชัย เข้าพื้นที่ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ โดยให้เหตุผลว่าเข้าพื้นที่เพื่อศึกษาวิจัย ซึ่งผู้ที่มีอำนาจในการอนุญาตให้ละเว้นค่าธรรมเนียมต้องเป็นผู้อำนวยการฯเท่านั้น
ส่วนการที่นายเปรมชัย พยายามติดสินบนเจ้าพนักงานด้วยสิ่งของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ บอกว่า หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับนายเปรมชัย และพวกทั้ง 4 คนแล้ว ในข้อหาพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน ซึ่งคลิปเสียงการสนทนาทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบ พบว่าเป็นคลิปเสียงจริง ซึ่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยัน ทุกอย่างว่าไปตามระเบียบกฎหมาย หากพบมีผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก็จะต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น
สำหรับกระแสข่าวที่ว่านายเปรมชัย เคยเดินทางเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ก่อนหน้านี้ รองผบ.ตร. บอกว่า จากการตรวจสอบยังไม่พบว่าเคยมีการเดินทางเข้าไป ซึ่งจะต้องเชิญผู้อำนวยการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรมาสอบหรือไม่ ก็เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน.
ล่าสุดมีรายงานว่า หลังจากนายเปรมชัย ได้ประกันตัวในคืนวันที่ 7 กพ.ทีผ่านมา จากนั้นเดินทางเข้ากรุงเทพในช่วงกลางดึก และวันที่ 8 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักในซอยศูนย์วิจัย ปรากฎกว่าเขาไม่อยู่ที่บ้าน หลังจากนั้นก็ไม่มีใครรู้ความเคลื่อนไหวของนายเปรมชัยอีกเลย จนกระทั่งมีรานงานว่า หนีออกนอกประเทศไปแล้ว โดยได้เดินทางเข้าไปยังเมืองทวายของพม่า เพราะรู้จักกับกลุ่มนักลงทุน และเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่เป็นอย่างดี นอกจากนี้นายเปรมชัย ยังมีบ้านพักอยู่ที่เมืองทวายอีกด้วยโดยเข้าไปลงทุนโครงการเมกกะโปรเจคนิคมอุตสาหกรรม และท่าเรือน้ำลึกทวายหลายโครงการ